ัดสินคดีที่ไม่เป็นธรรม และทิ้งรอยด่างไว้ในภายภาคหน้าได้”
ทันทีที่เขาพูดจบก็มีเสียงถอนหายใจดังออกมาจากในเกี้ยว ผู้คนจำนวนมากต่างตะโกนเรียกร้อง อีกทั้งท่านเจ้าเมืองยังพูดเช่นนี้ เจี่ยงเหวินเฟิงไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
ผ้าม่านถูกเปิดออก แล้วเขาก็เดินลงจากเกี้ยว
พอเห็นใต้เท้าเจี่ยงผู้นี้แล้ว เขาดูอายุน้อยกว่าที่ทุกคนคิดไว้เสียอีก ทำงานข้าราชการตอนอายุสิบแปดปีและทำงานมาสิบกว่าปีแล้ว ปีนี้เขาอายุสามสิบพอดี ใบหน้าหล่อเหลาทำให้เขาดูเหมือนชายอายุยี่สิบกว่าๆ ดูเด็กกว่าท่านเจ้าเมืองเสียอีก
หมิงเวยจ้องเขม็งแล้วร้อง “หึ” ออกมา
ใต้เท้าเจี่ยงผู้นี้นอกเหนือจากกลิ่นอายของบัณฑิตแล้ว ยังมีพลังชีวิตของจิตวิญญาณที่ไม่สามารถอธิบายได้อีกด้วย
“พี่เจ็ด ข้าเคยคิดนะว่าชีวิตของใต้เท้าเจี่ยงนี่ดีหรือไม่” หมิงเซียงดูสนใจมาก “แล้วยังคิดอีกว่าถ้าคุณชายหยางไม่ลงจากเกี้ยว วันนี้พวกเราคงมาเสียเที่ยว! ไม่คิดเลยว่าใต้เท้าเจี่ยงจะรูปงามขนาดนี้ คิดถูกจริงๆ ที่มาวันนี้!”
ทางด้านนั้น เจี่ยงเหวินเฟิงพูดขึ้นท่ามกลางสายตาแห่งความคาดหวังของเหล่าฝูงชน “ข้าได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากฝ่าบาทให้มาตรวจตราทุกเมือง การตรวจสอบหาช่องโหว่เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดเป็นหน้าที่ของข้า เดิมทีทุกๆ คดีควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันและจะมีการรับฟังความคิดเห็น หลังจากเปิดศาลจะมีการพิจารณาคดีพร้อมกัน แต่เพราะพวกนาง และยังมีท่านเจ้าเมืองที่ให้ความไว