บัณฑิตโต๊ะข้างเคียงก็สะบัดพัดด้วยความโกรธ “มีอย่างที่ไหนกัน! นี่เป็นการบังคับให้ใต้เท้าเจี่ยงตัดสินคดีในที่สาธารณะชัดๆ!”
อีกคนกล่าวว่า “มากเกินไปแล้ว! คุณชายหยางผู้นี้ ข้าอุตส่าห์คิดว่าเขาเป็นลูกหลานที่จงรักภักดี เป็นคนมีเหตุผล ไม่คิดว่าจะเหมือนคนพวกนั้น! เลวจริงๆ!”
“ชู่!” สหายคนหนึ่งรีบห้ามไว้ “ยังไงคนผู้นั้นก็มีเชื้อสายฮ่องเต้ เจ้าไม่ควรหยาบคายจนเกินไป”
พูดเสร็จตัวเขาเองก็ส่ายหัวแล้วถอนหายใจ “องค์หญิงหมิงเฉิงเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม เหตุใดหลานชายถึงได้…”
คิ้วของหมิงเวยขมวดเป็นปม เป็นเช่นนั้นจริงหรือ…
แต่ผู้คนจำนวนมากที่อยู่ด้านนอกไม่ได้คิดลึกซึ้งถึงขนาดนั้น พวกเขารู้สึกว่าที่สาวใช้ของคุณชายหยางพูดมามีเหตุผลจึงเห็นด้วย “ใช่แล้ว! ใต้เท้าเจี่ยง หากพวกเขาได้รับความไม่เป็นธรรมจริง จะพิจารณาคดีวันนี้หรือวันรุ่งขึ้นก็ไม่ต่างกันไม่ใช่หรือ”
“ใช่ๆๆ จะให้พวกนางที่ดูอ่อนแอวิ่งมาอีกรอบหรืออย่างไร”
“ใช่ๆ” ด้วยแรงกดดันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทางด้านท่านเจ้าเมืองเองก็เลิกม่านขึ้นแล้วยกมือทั้งสองข้างประสานกันระดับอกเป็นการแสดงความเคารพ “ใต้เท้าเจี่ยง ในเมื่อนี่เป็นความต้องการของราษฎร ท่านคงต้องตรวจสอบเสียแล้ว คดีนี้ได้รับรายงานจากเขตหย่งผิง ทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้อ่านเอกสารราชการนี้แล้วแต่ไม่พบความผิดปกติ หากเรื่องนี้ได้รับความไม่เป็นธรรมจริง ท่านสามารถชี้ทางเพื่อไม่ให้ผู้พิพากษาต