เขาเชิดคางขึ้นแล้วเอ่ยถาม “ใต้เท้าเจี่ยง คุณชายให้ข้าน้อยมาถามว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้เข้าเมือง”
เสียงอ่อนโยนดังมาจากในเกี้ยว “บอกคุณชายช่วยรอเดี๋ยวก่อน เกิดเหตุการณ์ขึ้นกะทันหัน ข้าน้อยกำลังแก้ไขปัญหาอยู่”
“แก้ไขที่ท่านพูดถึง หมายถึงการชักชวนงั้นหรือ แล้วจะชักชวนไปถึงเมื่อไหร่กัน” ทหารติดตามพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถนนเส้นนี้เดินทางยากลำบาก คุณชายเห็นแก่คำสั่งของฮ่องเต้ ท่านจึงยอมใต้เท้าเจี่ยงมาตลอด ตอนนี้ก็ได้เดินทางมาถึงตงหนิงแล้ว ท่านก็อยากพักผ่อนให้เร็วที่สุดไม่ได้หรือ”
ในเกี้ยวเงียบอยู่ครู่หนึ่ง จึงตอบกลับไปว่า “ข้าประมาทเลินเล่อเอง เหลยหง!”
องครักษ์ท่านนั้นตอบรับ “ขอรับใต้เท้า!”
“เจ้าพาท่านยายและหลานสาวกลับไปที่ศาลาว่าการ”
องครักษ์กำลังจะตอบรับ แต่แล้วด้านหลังก็มีหญิงสาวนางหนึ่งเดินมาหาอย่างช้าๆ
พอพิจารณาจากการแต่งกายและกิริยาของนางแล้ว นางดูไม่ได้ด้อยไปกว่าบุตรสาวของชนชั้นสูงเลยสักนิด แต่สิ่งที่นางพูดออกมากลับเป็น “ใต้เท้าเจี่ยง คุณชายให้บ่าวมาบอกท่าน”
เจี่ยงเหวินเฟิงทำได้แต่รับคำ “เชิญแม่นางอาหว่านพูดมาเถิด”
น้ำเสียงของแม่นางอาหว่านดูราบเรียบ “คุณชายบอกว่า เนื่องจากท่านถูกขนานนามว่าชิงเทียน เท่ากับว่าเป็นนายของราษฎร และท่านยายผู้นี้ร้องเรียนขอความเป็นธรรม หากท่านไม่ตัดสินในที่สาธารณะแล้วให้ความยุติธรรมกับนาง ท่านจะเรียกตัวเองว่าชิงเทียนได้อย่างไร”
ทันทีที่คำพูดนี้ดังออกมาจากปาก