งใหญ่ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย การรับผิดชอบราษฎรเป็นเรื่องสมควร แต่เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่เช่นนั้นจะถูกถ่วงขัดขวาง จะทำอันใดก็ไม่สะดวก”
หมิงฮ่าวได้ยินแล้วก็เกาหัว “เป็นเช่นนั้นหรอกหรือ”
หมิงเวยพยักหน้า “ที่พวกเขาพูดมาก็ไม่ผิด” แล้วเกี้ยวก็ได้หยุดลงบนถนนใหญ่
เจี่ยงเหวินเฟิงเลิกม่านขึ้นแล้วกำชับกับองครักษ์สองสามประโยค
แล้วองครักษ์ผู้นั้นก็เดินมาทางนี้แล้วพูดว่า “ท่านยายได้โปรดลุกขึ้นเถิด คดีของครอบครัวท่านได้ตัดสินไปแล้ว และจะได้รับการทบทวนตามกฎหมาย ใต้เท้าได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบและทบทวนคดีในพื้นที่ ถึงแม้ท่านจะไม่มาร้องทุกข์ แต่คดีนี้ใต้เท้าจะต้องตรวจสอบอยู่แล้วขอรับ”
ท่านยายหมี่ปฏิเสธที่จะลุกขึ้น นางคว้ามือขององครักษ์แล้วขอร้องอย่างขมขื่น “ใต้เท้า! ข้าน้อยไม่กล้ารอ ข้าน้อยรอได้ แต่บุตรสาวของข้าน้อยรอไม่ไหว หลานชายของข้าน้อยก็รอไม่ไหว! ใต้เท้าได้โปรดตัดสินด้วย ใต้เท้าได้โปรดให้ความเป็นธรรมด้วยเถิด”
สองยายหลานคำนับไม่หยุด องครักษ์ทำได้แต่ปลอบใจ “ท่านยายไม่ต้องกังวล ใต้เท้าได้มาถึงตงหนิงแล้ว ศาลจะเปิดในวันรุ่งขึ้น พวกท่านรอให้ถึงเวลานั้นแล้วค่อยมา…”
ท่านยายหมี่กลับดื้อรั้นไม่รับฟังและไม่ยอมลุกขึ้น
หากสองยายหลานไม่ยอมลุกขึ้น เกี้ยวก็ไม่สามารถเดินต่อไปได้ กลุ่มคนจึงได้แต่หยุดอยู่บนถนนใหญ่
เวลานั้นเองทหารติดตามผู้เย่อหยิ่งนายหนึ่งเดินมาจากด้านหลัง