องค์หญิงหมิงเฉิงและโป๋หลิงโหวหยางว่างเป็นคู่สามีภรรยาที่เหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยก
ก่อนที่ไท่จู่จะเคลื่อนพลเดิมทีท่านดำรงตำแหน่งจวินโหว[1] ในบรรดาบุตรชายบุตรสาวของเขา องค์หญิงหมิงเฉิงอายุมากที่สุด นางเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้จากท่านพ่อของนางตั้งแต่ยังเล็ก
โป๋หลิงโหวหยางว่างทำงานภายใต้คำสั่งของไท่จู่ พวกเขาสองคนทำงานร่วมกันอยู่หลายปีจนในที่สุดก็ได้อภิเษกสมรสกัน
หมิงเวยในยุคสมัยนั้น มีผู้เชี่ยวชาญได้เรียบเรียงบทเพลงและขับร้องเรื่องราวของพวกเขาทั้งสองคน
องค์หญิงหมิงเฉิงผู้นี้ยามอยู่ในสนามรบนางทั้งกล้าหาญและดุดัน แต่โดยส่วนตัวแล้วนางเป็นผู้ที่ไม่ต้องการชื่อเสียงเงินทอง
เมื่อราชวงศ์นี้ได้ก่อตั้งแคว้นขึ้น ไท่จู่ได้แต่งตั้งนางขึ้นเป็นองค์หญิง ซึ่งองค์หญิงหมิงเฉิงนางไม่ได้เต็มใจเท่าใดนัก ต่อมานางกับโป๋หลิงโหวหยางว่างก็ได้ถอดชุดทหารและเดินทางกลับบ้านเกิดกัน พวกเขาสองคนจะไม่เข้าร่วมงานใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป แต่จะหันไปสนับสนุนและให้ทุนการศึกษาและสร้างสถานศึกษาสำหรับเด็กผู้หญิงแทน
ตั้งแต่นั้นมาเมืองหลวงก็มีประเพณีการศึกษาเรียนรู้ของผู้หญิง
หมิงเวยเคารพองค์หญิงหมิงเฉิงมาก แม้ว่าราชวงศ์ฉีเหนือจะอยู่ได้ไม่นานและท้ายที่สุดแล้วหญิงสาวก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากคุกได้ แต่ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา หญิงสาวหลายคนก็ได้รับประโยชน์ไปไม่น้อย ถือว่าท่านมีบุญกุศลเหลือคณานับ
“องค์หญิงหมิงเฉิงและพระสวามีของท่