านได้เสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อน โป๋หลิงโหวคนปัจจุบันคือบุตรชายคนโตของพวกท่าน คุณชายสามท่านนั้นต้องเรียกเขาว่าท่านลุงเจ้าค่ะ”
หมิงเซียงพูดเรื่องในเมืองหลวงอย่างคล่องแคล่วเหมือนกับนับสมบัติในบ้านของตน
“เขาเป็นคนที่น่าสงสารมากเจ้าค่ะ ก่อนที่เขาจะเกิดท่านพ่อของเขาได้เสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุ พอเขาเกิดมาได้ไม่นานนัก ท่านแม่ของเขาก็เสียชีวิตลงด้วยโรคซึมเศร้า โชคดีที่องค์หญิงหมิงเฉิงผู้เป็นย่ายังมีชีวิตอยู่ ชีวิตของเขาเลยไม่ลำบากอะไร ได้ยินมาว่าในช่วงที่องค์หญิงหมิงเฉิงและพระสวามียังมีชีวิตอยู่นั้น ทั้งรักทั้งโอ๋เขามาก เขาเลยกลายเป็นคนที่ร้ายโดยไร้เหตุผลเจ้าค่ะ”
“โอ้…” หมิงเวยพยักหน้า เป็นคุณชายที่นิสัยเสียนี่เอง นางเข้าใจแล้ว
“เขามีชื่อเสียงอยู่สามเรื่อง เรื่องแรกคือดุร้ายอย่างไร้เหตุผล องค์หญิงหมิงเฉิงสงสารเขา พี่สาวคนโตที่เคารพคนปัจจุบันก็ทั้งรักทั้งประคบประหงมเขามากอย่างกับองค์ชาย เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาต้องยอมถอยให้สามก้าว เขาเป็นคนอารมณ์แปรปรวนและใครก็ตามที่มายั่วยุเขาก็จะได้รับความโชคร้าย แถมยังเป็นพวกรักสนุก ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมา ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย ชื่นชอบการดื่มสุราเคล้านารีเป็นที่สุด…”
เมื่อเห็นดวงตาที่แวววาวของหมิงเซียง หมิงเวยก็เข้าใจ “ท่านอาสะใภ้สี่บอกว่าเจ้าไม่สามารถไปเข้าร่วมได้ เป็นเพราะเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ”
หมิงเซียงพยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ ได้ยินมาว่าคุณชายหยางท่านนี้เป็นคนเหลวไหลไ