ร้สาระ หากเขาสนใจใคร ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นคุณหนูตระกูลไหน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำเรื่องที่เกินไป แค่ปล่อยให้เขาพูดจาเกี้ยวใส่สักสองประโยค มันก็ทำให้เราเสียชื่อเสียงได้แล้ว เพราะฉะนั้นในเมืองหลวงบ้านไหนที่มีบุตรสาวล้วนหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอเขาทั้งนั้น”
มันช่าง…ไร้สาระจริงๆ
“แล้วเหตุผลที่สองล่ะ”
“เหตุผลที่สองก็คือ เขาเป็นคนที่มีดวงกินเมียเจ้าค่ะ”
หมิงเวยเลิกคิ้ว “เสียชีวิตไปกี่คนหรือ”
หมิงเซียงชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว “สามคน!” พอมาคิดๆ ดูแล้ว “พูดให้ถูกก็คือเขามีดวงชะตากาลกิณีส่งผลต่อครอบครัว พ่อแม่เสียตั้งแต่ยังเล็ก พี่น้องก็ไม่มี ส่วนภรรยา.. แม้กระทั่งคู่หมั้นของเขาก็ยังตายเลย ตอนนี้เลยไม่มีผู้ใดกล้าที่จะแต่งงานกับเขาเลยเจ้าค่ะ”
“ว่ากันว่าภรรยาคนแรกของเขาเป็นคู่หมั้นคู่หมายตั้งแต่วัยเด็ก ผู้หญิงคนนั้นเสียไปก่อนที่นางจะโตเสียอีก คนที่สองถูกหมั้นหมายไว้ตอนที่เขาอายุสองขวบ แต่ไม่ถึงสองปีนางก็เสียชีวิตลงด้วยอาการป่วย ส่วนคนที่สามนางนั้นรีบหนีตายไปบวชชีแล้ววิ่งขึ้นเนินเขา ผู้ใดจะรู้ว่านางทำไม่สำเร็จตกลงมาตายเสียก่อน”
หมิงเซียงอธิบายอย่างสมจริงสมจังจนหมิงเวยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้ารู้มาเยอะเหลือเกิน”
“มีผู้ใดไม่รู้เรื่องพวกนี้บ้าง ตอนที่ข้าไปเมืองหลวงเมื่อปีก่อนข้าได้ยินจนหูอื้อไปหมดแล้ว!”
หมิงเวยคิดในใจคนบนโลกนี้ดำเนินไปอย่างน้ำขุ่นๆ ไม่รู้ว่าชะตากรรมภรรยาของคุณชายหยางผู้นั้นตกลงเป็นจริงหรือแค