อากาศอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในไม่กี่วันดวงอาทิตย์ก็ได้นำความร้อนมาให้แล้ว ดอกไม้ในสวนอวี๋ฟางจำนวนไม่น้อยได้ผลิบานแล้ว
หมิงเวยพาเด็กน้อยทั้งสองออกไปเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างนอก
ตัวฝูนำเหล้าผลไม้มาและเทใส่แก้วให้พวกเขาทั้งหมด จากนั้นก็บอกว่า “ฮูหยินกำชับว่าให้ดื่มคนละหนึ่งแก้วเท่านั้นเจ้าค่ะ” หมิงเซียงโห่ร้องจากนั้นก็หยิบแก้วเคลือบสีขึ้นมา
เหล้าผลไม้สีแดง พอถูกเทอยู่ในภาชนะเคลือบสีแล้วดูสวยงามมาก
“หวานมากเลย!” คุณชายเก้าหมิงคุนดื่มเข้าไปอึกใหญ่ เหล้าผลไม้มีรสชาติอ่อนมาก แต่มีการเติมน้ำผึ้งลงไปเพื่อให้เด็กสามารถทานได้
หมิงเวยดื่มไปแค่อึกเดียวก็วางลง มันหวานเลี่ยนเกินไป นางไม่ชินกับรสชาตินี้
ในยุคที่นางเกิดเป็นช่วงเวลาที่ปั่นป่วนที่สุดในแคว้นฉีเหนือ
แคว้นฉีเหนือมีอายุเพียงร้อยปี เหวินตี้ได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากไท่จู่[1] แต่พระองค์ก็ได้สวรรคตก่อนที่จะได้มีการถอดถอนฮ่องเต้ หลังจากการถอดถอนฮ่องเต้ ยี่สิบเจ็ดปีต่อมา ผ่านไปห้ายุคสมัยของฮ่องเต้จนถึงฮ่องเต้องค์สุดท้าย ได้ถูกเป่ยหูรุกรานจนทำให้ราชวงศ์นี้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
ในช่วงเวลานั้นมีเพียงฮ่องเต้สามองค์เท่านั้นที่ครองราชย์มานานกว่าสิบปี ซึ่งได้แก่ ไท่จู่ เหวินตี้ หลิงตี้
นางเกิดมาในช่วงยี่สิบเจ็ดปีที่วุ่นวายนั้น
ในช่วงเวลานั้นพิธีเสื่อม ดนตรีเสีย[2] ราษฎรเดือดร้อนจนไม่อาจใช้ชีวิตอยู่ได้
ความทรงจำครั้งแรกของหมิงเวยคือนางติดตามท่านอาจารย์เ