อย่างนั้น”
หมิงเวยเงียบแล้วพูดเสียงแผ่วเบา “ลูก…กลัวทำให้ท่านแม่ตกใจ”
“มีอะไรที่น่าเศร้ายิ่งกว่าในอดีตอีกหรือ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วแม่ยังไม่นึกไม่ฝันเลย” ฮูหยินสามลูบหน้านาง “เพราะฉะนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลไป เจ้าเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นเถิด”
พูดจบนางก็ยิ้มแล้วกลับไปพับหยวนเป่ากระดาษต่อ
หมิงเวยมองนางอย่างเงียบๆ นางสูญเสียมารดาไปตั้งแต่ยังเล็ก ติดตามท่านอาจารย์มาตั้งแต่นางจำความได้
นางเคยถามท่านอาจารย์ว่า ท่านแม่นั้นเป็นคนอย่างไร
ท่านอาจารย์บอกแค่ว่า นางเป็นหญิงสาวจิตใจดี
หมิงเวยเองก็คิดอยู่หลายครั้งว่าหากท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่นางจะเป็นอย่างไร นางจะแต่งตัวให้ข้า คอยปลุกข้าที่กำลังนอนสบายอยู่บนเตียง รู้สึกเจ็บปวดเวลาที่เห็นข้าได้รับบาดเจ็บจากการฝึก…แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่จินตนาการ
ณ ตอนนี้ นางได้พบกับฮูหยินสาม ในที่สุดก็รู้แล้วว่าแม่ที่รักลูกเป็นอย่างไร
แม้นางจะรู้สึกผิดต่อคุณหนูเจ็ด แต่นางก็คิด…ที่จะต้องการความรักนี้มาเป็นของตนเอง
เพราะฉะนั้นพวกคนที่มารบกวนพวกนาง จะต้องจัดการเสียให้หมด
หมิงเวยพับหยวนเป่ากระดาษต่อ “ท่านแม่ ท่านอาสี่เป็นคนอย่างไรหรือ”
ฮูหยินสามตอบ “ท่านอาสี่ของเจ้างั้นหรือ จริงๆ แล้วเขาเป็นคนดีนะ อย่ามองเขาในแง่ร้ายเลย อันที่จริงเขาดูแลพวกเราเป็นอย่างดี พวกเราลูกกำพร้าพ่อแม่หม้ายสามี ธุรกิจข้างนอกนั่นก็ได้ท่านอาสี่ของเจ้าเป็นคนดูแลให้ ในช่วงปีแรกๆ ร้านค้า ที่ดิน และค่าเช่