้แปลกมากเจ้าค่ะ เหมือนว่าจะมีอะไรอยู่บนตัวมัน…”
นายท่านสี่เงี่ยหูรอฟัง เมื่อเห็นนางไม่พูดต่อแล้วจึงถาม “มันมีอะไร…”
หมิงเวยหัวเราะ “ตอนนี้หลานยังมองไม่ออก แต่หลานรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเจ้าค่ะ”
นายท่านสี่รู้สึกไม่สบอารมณ์ขี้นมา นางแกล้งเขา!
“ชาดเผาไหม้ดวงวิญญาณของท่าน ไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้” หมิงเวยบอกอ้อมๆ “เพียงแต่ต้องเพิ่มของบางอย่าง จึงจะสามารถสะกดสิ่งชั่วร้ายนั้นไว้ได้ ไม่ให้มันมีชัยเหนือเรา”
นายท่านสี่ทราบดี หัวข้อสนทนานี้ถูกนางกำกับอยู่ แต่เขาอยากรู้เรื่องนี้มาก จึงอดไม่ได้ที่จะถาม “เจ้าต้องการเพิ่มเติมสิ่งใดรึ”
“ยังบอกไม่ได้เจ้าค่ะ” หมิงเวยมองไปยังนายท่านสี่ “อีกไม่กี่วันข้างหน้าหลานจะทำการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มชาดเผาไหม้ดวงวิญญาณ หากท่านอาสี่กังวล ท่านก็มาดูได้”
นายท่านสี่สบตานางกลับ สายตาสองอาหลานมีความล้ำลึก
“ได้” นายท่านสี่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นดื่มจนหมด “แล้วถ้าเจ้ายังพูดจาซี้ซั้วอีกละก็ อาอย่างข้าจะไม่ตามใจเจ้าอีกเป็นแน่”
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเดินออกไป
หมิงเวยลุกขึ้นยืนส่ง “เดินทางปลอดภัยเจ้าค่ะ” ด้านนอก ตัวฝูยืนเกาะประตูแอบฟังการเคลื่อนไหวภายในห้อง
นางติดตามรับใช้คุณหนูตั้งแต่อายุแปดขวบ หลายปีเลยทีเดียว ไม่เคยจากไปไหน ถึงแม้ตอนนี้คุณหนูจะหายดีแล้ว แต่นางก็ยังไม่วางใจ
หมิงเฉิงที่เดินออกมาก่อนหน้านี้ ก็ยืนเกาะประตูแอบฟังอยู่ด้วยเช่นกัน
สองคนในห้องนั่งอยู่ไกล เสียงพูดก็เบา จึงได้ยินแต