านอาสี่คงช่วยอันใดพวกเราไม่ได้เจ้าค่ะ!”
นายท่านสี่ชะงักไปชั่วขณะแล้วพูดด้วยความโกรธอีกครั้ง “ถูกบีบคั้นจนตายอะไร เจ้าเป็นหญิงอย่าพูดจามั่วซั่วกุเรื่องไปทั่ว!”
หมิงเวยไม่ตอบแต่หัวเราะออกมา นางหันกลับไปพูดกับฮูหยินสามว่า “ท่านแม่ แดดแรงเช่นนี้เราเชิญท่านอาสี่ไปนั่งจิบชาด้านในดีหรือไม่เจ้าคะ”
ฮูหยินสามพยักหน้า “ดี” นางหันกลับไปพูดกับแม่นมถง “เรียกพวกนางไปพักก่อน ช่วงบ่ายค่อยมาทำก็ไม่สาย” แม่นมถงตอบรับแล้วไล่พวกนางออกไป จากนั้นก็เรียกซู่เจี๋ยกับปิงซินมาเตรียมน้ำชา
ในที่สุดหมิงเฉิงก็เดินมาถึง “ท่านพ่อ!” เขามองท่านพ่อของตนเองแล้วหันไปมองฮูหยินสามและหมิงเวย จากนั้นก็กลืนประโยคที่เตรียมไว้ลงคอไป
บรรยากาศแปลกๆ…เขาไม่กล้าพูดอันใดออกมาเลย
“พี่สี่ก็มาด้วย” หมิงเวยท่าทางดูปกติ “มาดื่มชาด้วยกันไหมเจ้าคะ” ท่าทางของนายท่านสี่เปลี่ยนไป เขาแค่นหัวเราะ “ข้าได้แต่รับฟังจะไปทำอันใดได้เล่า!”
……….
โถงขนาดเล็กสำหรับรับแขกในสวนอวี๋ฟาง ฮูหยินสามรินน้ำชาให้สองพ่อลูกด้วยตัวเอง นางพูดว่า “จะยามบ่ายแล้วพวกท่านดื่มชาเถิด เดี๋ยวจะหิวกันเสียก่อน”
หมิงเฉิงไม่กล้ารับยืนรอนางรินชาเสร็จเขาถึงนั่งลงอีกรอบ นายท่านสี่ไม่มีใจที่จะดื่มชา เขาจ้องเขม็งไปที่หมิงเวย ต้องการฟังคำอธิบายจากนาง
หมิงเวยหันไปพูดว่า “ท่านแม่ เที่ยงนี้ลูกอยากกินปาเป่ายา ท่านไปดูที่ครัวให้ลูกได้หรือไม่เจ้าคะ” จะรีบให้ฮูหยินสามออกไปอะไรขนาดนั้น นายท่านส