นเจ้ามองนาง นางดูไม่เหมือนคนโง่เลยใช่หรือไม่”
ฮูหยินสี่พยักหน้า “ไม่ใช่แค่ไม่โง่ แต่น้องคิดว่านางดูฉลาดกว่าคนในเรือนเสียอีก” หยุดไปพักหนึ่งแล้วพูดต่อว่า “จริงสิ เรื่องนำดวงวิญญาณของเสี่ยวชีกลับมา เพิ่งหาวิธีได้เมื่อเช้านี้เอง”
“วิธีใดกัน”
“เห็นพูดกันว่าเสวียนหนี่เหนียงเหนียงที่พี่สะใภ้สามกราบไหว้อยู่ศักดิ์สิทธิ์มาก เสวียนหนี่เหนียงเหนียงให้ดวงวิญญาณของเสี่ยวชีอยู่รับใช้ คำขอของพี่สะใภ้สามบรรลุผล เสวียนหนี่เหนียงเหนียงได้นำดวงวิญญาณของนางกลับมา”
นายท่านสี่ถือถ้วยน้ำชาอย่างกรุ่นโกรธ “เสวียนหนี่เหนียงเหนียงอะไรกัน เหลวไหลทั้งเพ!”
ฮูหยินสี่ตกใจรู้ดีว่าสามีเกลียดเรื่องผีสางเทวดามากนางจึงรีบพูดต่อว่า “เด็กคนนั้นพูดแบบนี้ ไม่มีผู้ใดคิดว่าเป็นเรื่องจริงหรอกเจ้าค่ะ อาจเป็นเพราะพี่สะใภ้สามกลัวคนนอกเอาไปพูดกันนางถึงได้คิดข้ออ้างนี้ขึ้น”
“ฮึ!” นายท่านสี่รู้สึกโกรธ “พูดจาไร้สาระ! เจ้าก็อย่าไปยุ่งกับนางมากแล้วอย่าไปที่สวนอวี๋ฟางอีก ดูแลลูกให้ดีก็พอ”
ฮูหยินสี่พยักหน้า “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” มองนายท่านสี่ก้าวเท้าออกไปก็รีบถามไปว่า “ท่านพี่ ใกล้เวลาอาหารเที่ยงแล้วท่านจะกลับมาทานหรือไม่”
นายท่านสี่ไม่แม้แต่จะหันกลับมา “ไม่กลับ พวกเจ้ากินกันไปเถอะ!”
ฮูหยินสี่ถอนหายใจอย่างเงียบๆ เป็นเช่นนี้อีกแล้ว ทุกครั้งที่กลับมาก็จะเป็นเช่นนี้ เดี๋ยวโกรธเดี๋ยวอารมณ์ดี แต่ก็ไม่เคยเลยที่จะแบ่งปันร่วมกับนาง
ฮูหยินสี่รู้ส