ยินสามส่ายหัวแล้วยิ้ม “นางโตแล้วจะคึกคักได้อีกนานเท่าใดกัน รออีกไม่กี่ปีก็ถึงเวลาที่นางต้องไปอยู่เรือนอื่นแล้ว”
แม่นมถงกลับพูดว่า “ยากตรงไหนกันเจ้าคะ ฮูหยินก็แค่เขียนจดหมายบอกนายท่านว่าจะกลับเมืองหลวงเพื่อไปซื้อเรือนข้างๆ ทีนี้ฮูหยินก็จะได้อยู่ข้างกายคุณหนูทุกวัน”
คำพูดนี้ทำให้ฮูหยินสามค่อนข้างหวั่นไหวกับข้อตกลงที่ให้ไว้กับพี่ชาย ในช่วงแรกนางไม่มีทางเลือก แต่ตอนนี้เสี่ยวชีหายแล้วไม่สามารถกลับคำพูดได้
หากสามารถอาศัยอยู่เรือนข้างเคียงกับพี่ชายได้ก็จะได้อยู่ร่วมกับบรรดาญาติแล้วก็บุตรสาวด้วยมิใช่หรือ
“ขอบคุณแม่นมที่เตือนสติข้า เรื่องที่เสี่ยวชีหายดีนั้นข้าควรเขียนจดหมายแจ้งให้ท่านพี่ทราบ” พูดแล้วก็หันไปทางหมิงเวย “แม่จะไปเขียนจดหมายถึงท่านลุง ลูกออกไปเดินย่อยอาหารกับตัวฝูเถอะ”
หมิงเวยพยักหน้าแล้วเดินออกไปพร้อมกับตัวฝู
“ตัวฝู”
“เจ้าคะ”
“ที่แม่นมถงพูดเมื่อสักครู่หมายความว่าได้หมั้นหมายข้าไว้กับครอบครัวของท่านลุงหรือ”
ตัวฝูตอบ “บ่าวเคยได้ยินแม่นมถงพูดอยู่ดูเหมือนจะคุยเรื่องนี้กับท่านลุงของคุณหนูไปในช่วงปีแรกๆ แต่ไม่มีการเขียนหนังสือแต่งงานหรือแลกเปลี่ยนสิ่งของยืนยัน ถือว่าไม่นับรึเปล่าเจ้าคะ”
หมิงเวยตอบในใจว่าเรื่องนี้จะต้องไม่นับถึงแม้ว่านางจะมาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ด แต่นางก็ไม่ได้เป็นผีบนโลกใบนี้เสียหน่อย มนุษย์เกิดมาพร้อมกับชะตากรรม และชะตากรรมของนางคือในหลายสิบปีหลังจากนี้ พูดอีกนัยห