็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
แม่ลูกหลับอีกครั้ง และคราวนี้หลับอย่างสงบจนถึงรุ่งเช้า
……….
พอเห็นอาหารเช้าเต็มโต๊ะ ฮูหยินก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ทำไมวันนี้ถึงเยอะเช่นนี้เล่า เจ้าจะขุนหมูหรือ” ซู่เจี๋ยยิ้มด้วยความดีใจ “ฉลองที่คุณหนูหายแล้วเจ้าค่ะ! พวกเราทำอาหารกันคนละอย่างไม่อย่างนั้นคงไม่เยอะเช่นนี้”
“ใช่ๆ!” ปิงซินคีบฉุ่ยจิงเปาชิ้นเล็กกะทัดรัดมาวางในชามของหมิงเวย “คุณหนูทานอันนี้เจ้าค่ะ บ่าวตื่นมาทำตั้งแต่ก่อนรุ่งสางใช้เวลานานมากเลยนะเจ้าคะ!”
“ที่แท้จานนี้ปิงซินเป็นคนทำ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหน้าตาถึงแปลกๆ”
“ฮูหยินเจ้าคะ!” ปิงซินกระทืบเท้า ฮูหยินสามเม้มปากกลั้นหัวเราะ นางคีบมาหนึ่งชิ้น “เอาล่ะๆ ลองชิมฝีมือเจ้าหน่อย”
“ของบ่าวด้วยเจ้าค่ะ!” ซู่เจี๋ยคีบจินซือปิงมาถวายราวกับถวายสมบัติ “เพิ่งออกจากกระทะเลยเจ้าค่ะ หอมมาก ตอนที่บ่าวทำส่งกลิ่นหอมมากๆ อดใจไม่ไหวกินไปสองชิ้น…”
“คุณหนู!” ตัวฝูยื่นน้ำแกงกระดูกหมูมาให้อย่างเงียบๆ “ทานชามนี้ด้วยนะเจ้าคะ บ่าวเคี่ยวน้ำแกงทั้งคืนเลย!” แม่นมถงเองก็เข้าร่วมด้วย นางยิ้มแล้วชี้ไปที่เกี๊ยวชามนั้น “ชามนี้บ่าวทำเองเจ้าค่ะ”
เยอะขนาดนี้สองแม่ลูกจะทานหมดได้อย่างไร ดังนั้นมื้อเช้านี้ทุกคนเลยได้ทานจนท้องอิ่มแปล้ท้องกลมกันทั้งหมด หลังเก็บจานชามเรียบร้อยฮูหยินสามก็ถอนหายใจ “ไม่ได้คึกคักขนาดนี้มาหลายปีแล้วสินะ”
แม่นมถงพูด “คุณหนูเพิ่งจะหายดี หลังจากนี้ถึงจะคึกคักเจ้าค่ะ!”
ฮูห