ครั้งสุดท้ายก็พอแล้ว”
เป็นเงื่อนไขที่ผ่อนปรนลงไปมากจนฮูหยินสามลังเล “แค่เรื่องเดียวงั้นหรือเป็นเรื่องใหญ่อันใดกัน”
ชายหนุ่มจิบชาแล้วตอบอย่างสบายๆ “เหมือนเรื่องก่อนๆ นั่นแหละ ส่วนจะเป็นผู้ใดนั้นเมื่อถึงเวลาแล้วข้าจะบอกอีกที” เขาวางถ้วยน้ำชาลงและลุกขึ้น “เอาล่ะ ข้าจะไม่กลับมาในเร็วๆ นี้ ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องน้องหกอยู่กับเสี่ยวชีอย่างสบายใจเถอะ”
ประตูห้องโถงถูกเปิดออก และร่างของชายคนนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืด ฮูหยินสามยืนอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน นางหันกลับมาและคุกเข่าต่อหน้ารูปปั้นเทพเจ้า
“เสวียนหนี่เหนียงเหนียง โปรดคุ้มครองลูกด้วยให้ลูกได้ในสิ่งที่ต้องการด้วยเถิด…” หมิงเวยหลับจนถึงเที่ยงคืนและจู่ๆ นางก็ตื่นขึ้นมา นางแตะที่นอนข้างกาย แม้สัมผัสยังอุ่นอยู่ แต่ตัวคนนั้นหายไป
นางลุกขึ้นนั่งกำลังจะร้องเรียกตัวฝู แต่ฮูหยินสามเดินเข้ามาจากด้านนอกพอดี “เสี่ยวชีตื่นแล้วหรือ” นางถอดเสื้อคลุมออกสลัดความเย็นออกจากร่างกาย
“ตื่นกลางดึกเช่นนี้ลูกหิวน้ำหรือไม่ นี่เพิ่งเป็นเวลากลางคืนลูกนอนต่อเถอะ”
หมิงเวยส่ายหน้าแล้วถาม “ท่านแม่ไปที่ไหนมาหรือ”
ฮูหยินสามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แม่นอนไม่หลับเลยไปไหว้เสวียนหนี่เหนียงเหนียง ลูกหายดีแล้วไม่ไปจุดธูปไหว้ท่านไม่ได้นะ เดี๋ยวเสวียนหนี่เหนียงเหนียงจะโกรธเอาได้”
“เจ้าค่ะ…” มือของหมิงเวยกำแน่น นางรู้สึกถึงชี่อ่อนๆ ของผู้อื่นจากตัวของฮูหยินสามและมันก