หลังจากความวุ่นวายได้ผ่านพ้นไปทุกคนจึงพากันแยกย้ายออกไป เหลือเพียงฮูหยินสามที่อยู่พูดคุยกับฮูหยินผู้เฒ่าตามลำพัง
“ท่านป้า เรื่องท่านเทพธิดาหลิวลูกยังไม่ได้บอกท่าน…”
“เรื่องราวหลังจากนั้นข้ารู้แล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าพูดขัดนางบอกเสียงเบา “เจ้าทุ่มเทอย่างหนักในการดูแลเสี่ยวชี หลายปีมานี้เจ้าเองก็พยายามหนักมาก ตอนนี้เสี่ยวชีหายดีแล้ว คุณงามความดีของเจ้าตระกูลหมิงจะไม่มีวันลืม”
ฮูหยินสามก้มหน้าลง “ลูกเป็นแม่ของเสี่ยวชี การดูแลนางเป็นเรื่องที่แม่อย่างข้าควรทำอยู่แล้วเจ้าค่ะ ไม่ถือว่าลำบากอันใดเพียงแต่สิ่งที่ท่านเทพธิดาหลิวทำเมื่อครั้งก่อน พบว่ามีผีร้ายตนหนึ่งและตอนนี้…”
“เจ้าระวังคำพูดด้วย!” ฮูหยินผู้เฒ่าขัดจังหวะนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา “สะใภ้สาม เจ้าเองก็ออกเรือนมาหลายปีแล้วคงรู้กฎของพวกเราเป็นอย่างดีมิใช่หรือ ครั้งที่แล้วข้าเห็นแก่เสี่ยวชีจึงอนุญาตให้เชิญท่านเทพธิดาเข้ามาในจวน ไม่ใช่เพื่อให้เจ้ามาคลั่งในพวกภูติผี เจ้าเชื่อในคำพูดของแม่หมองั้นหรือ พวกเขาก็แค่ทำเพื่อเงินจึงพูดมากไปก็เท่านั้น นอกจากนี้เจ้าสี่ได้มาล้อมที่ที่ผีสิงอยู่แล้วมิใช่หรือ วันหลังสั่งไม่ให้คนไปแถวนั้นก็เพียงพอแล้ว”
“ท่านป้า…”
ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือ “เวลานี้ยังไม่เช้า เจ้าพาเสี่ยวชีกลับไปเถอะ นางเพิ่งหายดีคงยังสับสนอยู่เล็กน้อย ดูแลนางให้ดีเป็นเรื่องสำคัญมาก”
ฮูหยินสามขยับริมฝีปาก แต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้พูดอันใดต่อ “เจ้าค่ะ…”
“