น้าชายของลูกยังเรียนอยู่ที่ตงหนิง ตระกูลจี้ตกต่ำมาหลายปีแล้ว ปีนั้นฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี เป็นเรื่องยากที่จะประคับประคองได้ แม่เลยปักคัมภีร์ให้วัดเป่าหลิงเพื่อช่วยเหลือครอบครัว มีอยู่ครั้งหนึ่งแม่ไปที่วัดเพื่อมอบคัมภีร์ แต่ไม่ทันระวังเลยตกลงไปในกับดักของนายพราน แม่ร้องของความช่วยเหลือก็ไม่มีใครสนใจ ผู้ใดจะคิดว่าท่านพ่อของเจ้าจะเดินผ่านมาพอดี…”
ฮูหยินสามตกอยู่ในห้วงความทรงจำนางเล่าเหตุการณ์ช่วงต้นๆ ให้ฟังอย่างช้าๆ
“…ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว เขาเป็นบัณฑิตที่ร่างกายไม่แข็งแรง แต่เขาก็ยังแบกแม่ขึ้นภูเขาเพื่อขอความช่วยเหลือ แม่เลยได้รับการช่วยชีวิตไว้ซึ่งเขากลับไม่แม้แต่จะทิ้งชื่อไว้ แต่มีคนบอกแม่ว่าเขาเป็นคุณชายแห่งตระกูลหมิง”
“แล้วการแต่งงานระหว่างท่านพ่อกับท่านแม่ เป็นมาอย่างไรหรือเจ้าคะ”
ฮูหยินสามดูเหมือนจะนึกย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น น้ำเสียงอ่อนหวานมีความเศร้าปะปนอยู่ “ตระกูลจี้ตกอับ แม่รู้ตัวเองดีว่าไม่คู่ควรกับตระกูลหมิง เป็นเพียงแค่การบังเอิญพบกันก็เท่านั้น ไม่กี่วันหลังจากนั้นแม่ที่ไปซื้อพู่กันและหมึกมาให้ท่านน้าชายก็ได้พบเขาอีกครั้ง ผ่านไปไม่นานตระกูลหมิงก็ส่งแม่สื่อมาที่หน้าบ้าน”
“งานแต่งงานนี้เดิมทีท่านย่าของลูกไม่เห็นด้วย แต่ท่านพ่อของลูกฉลาด เขาขอร้องวิงวอน แม้ตระกูลจี้จะตกอับ แต่ชื่อเสียงและความเก่าแก่ก็ยังคงอยู่ สุดท้ายทางนั้นจึงเห็นด้วย”
“เสี่ยวชี” ฮูหยินโอบกอดบุตรสาว “พ่อกับแ