ว่าไม่เป็นไปอย่างที่คิดฮูหยินผู้เฒ่าก็กลับมารู้สึกโกรธอีกครั้งจนฮูหยินสองต้องรีบเข้ามาช่วยพูด
“เอาล่ะๆ เรื่องของพวกเจ้าค่อยว่ากันทีหลัง ท่านแม่ เสี่ยวชีเพิ่งจะหายดี อย่าทำให้นางตกใจเลยเจ้าค่ะ”
พอได้รับการเตือนฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้สติรีบดึงหมิงเวยมาถาม “เสี่ยวชีตกใจหรือ เจ้าไม่ต้องกลัวไป คนที่ย่าต่อว่าเป็นท่านอาหกที่ไม่เอาถ่านของหลาน ไม่เกี่ยวอันใดกับหลานเลย”
หมิงเวยส่ายหน้า “หลานไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านย่าอย่าได้กังวลเลย”
ฮูหยินผู้เฒ่ากอดนางด้วยความรัก “เสี่ยวชีเป็นเด็กดีจริงๆ”
นายท่านหกรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยิน “เสี่ยวชี…หายดีแล้วหรือ”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าเพิ่งรู้หรือ! ช่างเถอะ เอาเหล้าเหลืองรดตัวแล้วกลับไปซะ อย่ามาทำตัวเกะกะที่นี่”
นายท่านหกหัวเราะ “ท่านแม่พูดอันใดกัน อย่างไรข้าก็เป็นอาของเสี่ยวชี นางหายแล้วล้วนเป็นเรื่องที่น่ายินดี ควรเฉลิมฉลอง พี่สะใภ้สามท่านคิดว่าอย่างไร”
ฮูหยินสามก้มหน้าลง “ขอบคุณน้องหกมาก เรื่องนี้คงให้ท่านแม่เป็นผู้ตัดสินใจ”
นายท่านหกยกมือแตะคาง “พี่สะใภ้สามเกรงใจเกินไปแล้ว ในความเห็นของข้า นานแล้วที่ครอบครัวของเราไม่จัดงานเลี้ยงทำไม…โอ้ะ!”
ผลไม้อีกลูกถูกโยนเข้าใส่ ฮูหยินผู้เฒ่าพูดด้วยอารมณ์โกรธ “เสี่ยวชีหายแล้ว อาอย่างเจ้ายังคิดได้เพียงแต่จะหาโอกาสดื่มเหล้า ยังไม่รีบออกไปอีก อย่ามาเกะกะที่นี่!”
“เอาล่ะๆๆ” นายท่านหกยกมือ ”ลูกจะออกไปเอง ท่าน