็มที่นัก
ทั้งห้องต่างร้องไห้ด้วยความดีใจที่นางดีขึ้น และทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้น “โอ้ยเกิดอันใดขึ้นกัน ร้องไห้เช่นนี้ มีผู้ใดเป็นอันใดงั้นหรือ”
เมื่อเห็นชายที่เลิกม่านขึ้น ฮูหยินผู้เฒ่าที่ร้องไห้อยู่นานก็โกรธจึงคว้าผลไม้จากถาดผลไม้แล้วเขวี้ยงใส่เขา “เจ้าพูดจาไร้สาระอันใดกัน แม่ของเจ้าอายุปูนนี้แล้ว เจ้ายังอ้าปากพูดเช่นนี้อีกรึ!”
ชายที่ก้าวเข้ามาอยู่ในวัยสามสิบต้นๆ มีหน้าตาละม้ายคล้ายกับนายท่านสี่ แต่นิสัยของพวกเขาค่อนข้างแตกต่างกัน นายท่านสี่เป็นหนุ่มรูปงามที่ดูสุภาพเรียบร้อย ส่วนเขาคนนี้มีรูปร่างสูงใหญ่ ดูไม่มีความอ่อนโยนแม้แต่น้อย
ชายคนนั้นลูบหัวที่ถูกผลไม้เขวี้ยงใส่แล้วหัวเราะ “แล้วไม่ดีสำหรับท่านหรือ ดูจากอารมณ์ของท่านแล้ว ไม่มีปัญหาเลยหากจะมีชีวิตอยู่ต่ออีกสักยี่สิบสามสิบปี ไม่แน่ข้าอาจไปนอนในโลงแล้วก็ได้ ส่วนท่านก็มีอายุยืนยาวไงล่ะขอรับ”
เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าโกรธจนหน้าเขียวแล้ว หญิงสาวที่เข้ามาพร้อมเขาก็รีบพูด “ท่านพี่! พูดน้อยๆ เถิดเจ้าค่ะ” แล้วหันไปขอโทษฮูหยินผู้เฒ่า “โปรดท่านแม่อย่าถือสาเลยนะเจ้าคะ วันนี้ท่านพี่ดื่มเยอะไปหน่อย…”
“ดื่มไม่ได้ก็เพลาลงสิ!” ฮูหยินผู้เฒ่าใจเย็นลงอยู่ครู่หนึ่งแล้วชี้ไปทางหญิงสาวคนนั้น “เจ้าก็ดูแลเขาหน่อย! โตเพียงนี้แล้ว ทำตัวเช่นนี้ใช้ได้หรือ!”
หญิงสาวทำหน้าลำบากใจ “ท่านแม่ นิสัยท่านพี่เป็นอย่างไรท่านแม่ก็ทราบดี ข้าจะไปคุมเขาได้อย่างไร…” พอเห็น