ปเรียกคนมาเร็วเข้า! ท่านป้า แล้วก็…”
อีกด้านหนึ่ง หมิงเซียงและคุณชายหกหมิงฮ่าวคว้าบอลได้ นางอายุมากกว่าหมิงฮ่าวเพียงครึ่งปี แต่เด็กผู้หญิงนั้นโตเร็วกว่าจึงตัวสูงกว่าหมิงฮ่าวอยู่ครึ่งศีรษะ ขณะที่นางกำลังแกล้งหมิงฮ่าว จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหมิงเฉิงตะโกนดังลั่น นางตกใจจนตัวสั่น ลูกบอลกลิ้งไปอยู่ระหว่างขาส่วนตัวนางเองก็ทรุดลงกับพื้น
“พี่สี่!” หมิงเซียงร้องเรียก “ข้าผิดไปแล้ว จะไม่แกล้งน้องหกอีกแล้ว อย่าบอกท่านแม่นะ…” หมิงเฉิงไม่แม้แต่จะมองนาง เขาดึงหมิงเวยขึ้นมาแล้ววิ่งพาเข้าห้องไป
ตัวฝูตกตะลึง นางยืนนิ่งไปสักพักก่อนจะทิ้งตระกร้าลงบนพื้นแล้ววิ่งตามไป “คุณหนู! คุณชายสี่!”
……..
ภายในห้อง หลังจากฟังที่ฮูหยินสองพูดแล้ว ฮูหยินสี่เองก็พยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ พวกเราดูแลนางมาโดยตลอด ก็ไม่มีอันใดหรอก แต่เจ้าที่ทุ่มเทสั่งสอนนางขนาดนี้ คงไม่ต้องการแค่เพียงเช่นนี้ใช่หรือไม่”
ฮูหยินสามหลุบสายตาลงมองถ้วยชาในมือ ผ่านไปสักพักจึงตอบกลับ “ตอนที่ข้าเดินทางออกจากเมืองหลวงในช่วงปีแรก ข้ากับท่านพี่ของข้าได้ตกลงกันไว้ว่า หากในอนาคตเสี่ยวชีไม่มีที่ไปจะให้นางไปอยู่กับพี่ห้า”
ฮูหยินสองพยักหน้า “ลูกพี่ลูกน้อง แต่ก็คู่สร้างคู่สม”
ฮูหยินสี่เองก็เห็นด้วย “ตระกูลจี้เป็นผู้มีคุณธรรม น่านับถือ น่ายกย่อง หากเสี่ยวชีออกเรือนกับตระกูลเจ้า พวกเราก็วางใจ”
พูดถึงตระกูลจี้ของฮูหยินสามแล้ว เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองตงหนิงเช่นก