กว่าตัวเองอยู่ที่ใด”
หมิงเฉิงตั้งใจฟังอย่างจริงจัง “น้องช่วยบอกให้ละเอียดกว่านี้ได้หรือไม่”
หมิงเวยมีท่าทีสับสน “เหมือนเป็น…ความทรงจำช่วงเวลาหนึ่ง เหมือนตัวเองฝันยาวนานมาก รู้สึกเหมือนร่างกายล่องลอย บางครั้งอยู่ที่นี่ บางครั้งอยู่ที่นั่น มีวันหนึ่งข้าได้ยินท่านแม่เรียกชื่อข้า ทันใดนั้นข้าก็กลับเข้าสู่ร่างกายของตัวเองและตื่นขึ้นมา ตอนนี้ในหัวของข้ารู้สึกยุ่งเหยิงไปหมด ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น”
หมิงเฉิงมองนางด้วยความประหลาดใจ นางมองหมิงเฉิงอย่าง ‘กังวล’ “พี่สี่ ข้าป่วยอีกแล้วใช่หรือไม่” พอสบตากับนาง หมิงเฉิงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ไม่เป็นไร น้องอย่ากังวลไปเลย ยังมีสิ่งใดที่ผิดปกติอีกเจ้าพูดออกมาได้เลย”
หมิงเวยพูดต่อ “ในหัวของข้าตอนนี้มีความทรงจำอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคืออาศัยอยู่ที่สวนแห่งนี้ อีกเรื่องคือล่องลอยอยู่ข้างนอก ทั้งสองเรื่องนี้ล้วนคลุมเครือ แยกไม่ออกว่าอย่างไหนคือข้า ข้าไม่เข้าใจอดีตของข้าเลย”
“ท่านป้าสามบอกว่า พอเจ้าอาการดีขึ้นแล้วกลายเป็นคนไม่ชอบพูด เป็นเพราะเรื่องนี้หรือไม่” หมิงเวยพยักหน้า “ท่านแม่สอนข้าพูดทุกวัน แต่ข้าเข้าใจเรื่องนี้หมดแล้ว ไม่รู้จะบอกท่านแม่อย่างไร”
หมิงเฉิงแสดงสีหน้ากระตือรือร้น ดวงตาเป็นประกายวิบวับมองมาที่นาง
หมิงเวยชะงัก “พี่สี่…”
ในตอนนั้นเอง ตัวฝูก็เดินมาพร้อมตะกร้าขนม หมิงเฉิงกระโดดขึ้นทันทีแล้วส่งเสียงเรียก “ตัวฝู! ไ