ยเล่นกับนางอยู่ที่ใด”
ฮูหยินสองและฮูหยินสี่หัวเราะ ปีนี้หมิงเฉิงอายุสิบเจ็ด โตกว่าคุณหนูเจ็ดไม่ถึงสองปี ตอนเด็กจึงมักเล่นด้วยกัน พอหมิงเฉิงต้องขึ้นเหนือเพื่อเข้าเรียน สี่ห้าปีมานี้เขาเลยไม่อยู่บ้าน จิตใจของคุณหนูเจ็ดไม่ต่างจากเด็กน้อย นางค่อยๆ ลืมรูปลักษณ์ของเขาไป
“เฉิงเอ๋อร์” ฮูหยินสี่เรียก “ลูกพูดถึงเสี่ยวชีอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้ได้พบกันแล้ว ลูกพานางไปเดินเล่นสักหน่อยไหม”
“ข้าด้วยๆ!” เสียงห้าวดังขึ้น “พี่สี่ เล่นชู่จวี[2]กัน!” เด็กหนุ่มที่ดูไม่เด็กแต่ก็ยังไม่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่นี้น่าจะเป็นคุณชายหก บุตรชายคนเล็กของฮูหยินสอง เขาเพิ่งจะอายุสิบสามเสียงเพิ่งจะแตกหนุ่ม
“ข้า ข้าก็อยากเล่นชู่จวี…” เสียงอ่อนเสียงหนึ่งดังขึ้น หมิงเวยหันศีรษะไป แล้วก็เห็นเด็กชายอายุเจ็ดแปดขวบจ้องมองมายังพวกเขา
เด็กคนนี้น่าจะเป็นลูกชายอีกคนของนายท่านสี่ ฮูหยินสองยิ้ม “อยากไปก็ไปเถอะ เฉิงเอ๋อร์ ช่วยดูแลน้องๆ ด้วยนะ” หมิงเฉิงยกมือทั้งสองประสานกันแล้วยกขึ้นในระดับหน้าอก “ท่านป้าโปรดวางใจเถิดขอรับ”
“ฮึ!” เสียงแผ่วเบาดังขึ้น เด็กหญิงที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครนั่งตัวตรงด้วยสีหน้าเฉยเมย “พวกท่านจะเล่นก็เล่นไป ข้าไม่เล่น”
ฮูหยินสองยิ้มแล้วถาม “หากอาเซียงไม่ไปก็อยู่ฟังพวกป้าคุยกันที่นี่ดีหรือไม่ พวกป้าคุยเรื่องน่าเบื่อกัน เจ้าอย่าเบื่อไปล่ะ”
เด็กสาวมีสีหน้าลังเล ฮูหยินสามยิ้ม “อาเซียงไปเถอะ พวกผู้ชายเขาเล่นบ้าระห่ำกัน หาก