ยตาของฮูหยินสองมีร่องรอยของความประหลาดใจ “เสี่ยวชีอาการดีขึ้นแล้ว ดูสุขุมขึ้นเยอะเลย” เมื่อก่อนแม้หมิงเวยอาจเคยคารวะ แต่การพูดจาของนางไม่ต่างจากเด็กทารก มาในวันนี้กิริยาท่าทางดูสง่าสุขุมเหมือนคนเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ปาน
ฮูหยินสามยิ้มและกล่าวว่า “สองสามวันก่อนนางป่วยหนักมากใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตลอดทั้งวัน ตอนนี้ดีขึ้นแล้วแต่กลับกลายไม่ชอบพูดแทนนี่สิ” พูดอีกว่า “เสี่ยวชี คนนี้คือพี่สี่ คนที่เมื่อก่อนลูกมักถามหาเสมอ จำได้หรือไม่”
หมิงเวยเพิ่งสังเกตว่ามีเด็กหนุ่มอยู่ในห้องนี้ด้วย
เด็กหนุ่มอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดปี ใบหน้าของเขาคล้ายคลึงกับนายท่านสี่มาก เขาสวมเสื้อสีเขียวซึ่งดูเกือบจะเป็นนายท่านสี่อีกคนหนึ่งแล้ว แค่ขาดความเป็นผู้ใหญ่จากประสบการณ์ และยังดูเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวัยเยาว์อยู่
หมิงเวยคิดหากนายท่านสาม และนายท่านสี่ในวัยเยาว์มีลักษณะเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจที่แม่นมถงมักจะถอนหายใจเมื่อพูดถึงอดีต และไม่แปลกใจเลยที่หญิงสาวอย่างฮูหยินสามจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถลืมนายท่านสามได้
พอเห็นนางมองตัวเขาอยู่แบบนี้คุณชายสี่หมิงเฉิงก็ยิ้มอย่างเขินๆ
“เสี่ยวชีจำพี่ได้หรือไม่ ปีที่แล้วพี่สี่ให้ว่าวสาวงามแก่เจ้า เจ้าบอกว่าสวยมาก”
หมิงเวยไม่ใช่คุณหนูเจ็ดตัวจริงจะจำได้อย่างไรกัน นางส่ายหน้า
ฮูหยินสามพูด “หลายปีมานี้พี่เฉิงไม่ได้อยู่ที่นี่ เสี่ยวชีคงลืมหน้าตาพี่ชายไป อันที่จริงนางมักจะถามป้าว่าพี่ชายที่เค