ใช่หรือไม่ อีกอย่างร่างกายที่โง่เขลานี้เรื่องที่สามารถทำได้ก็มีน้อยนัก
“ฮูหยินหมายความว่าอนุญาตหรือเจ้าคะ” แม่นมถงถาม
ฮูหยินสามพยักหน้า “มอบเงินให้พวกนางไปยี่สิบเหรียญ ให้พวกนางได้ออกจากเรือนไปอย่างสง่างาม ถือว่าเป็นไมตรีจิตต่อกัน ใครขอลาก็อนุญาตให้หมด ไม่ต้องหาคนเพิ่ม เวลานี้คนเยอะไปก็ไม่มีประโยชน์มีแต่จะยุ่งยากขึ้น”
แม่นมถงกล่าวต่อว่า “ฮูหยินเป็นคนรอบคอบ ข้าจะบอกให้พวกนางระมัดระวัง ห้ามพูดเรื่องไร้สาระข้างนอกเจ้าค่ะ”
“อืม” มีเสียงดังจากข้างนอกหน้าต่าง ฮูหยินสามจึงสั่งสาวใช้ “ซู่เจี๋ย เจ้าออกไปดูซิว่าข้างนอกเกิดอันใดขึ้น”
ขณะที่ซู่เจี๋ยกำลังรับคำสาวใช้นามว่าปิงซินก็รีบเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว “ฮูหยินเจ้าคะ! นายท่านสี่พาคนมาอีกแล้วเจ้าค่ะ!”
พอได้ยินว่านายท่านสี่มา แม่นมถงก็ขมวดคิ้ว “พูดช้าๆ” ฮูหยินสามพูดอย่างใจเย็น “นายท่านสี่พาใครมารึ มากี่คน รู้หรือไม่ว่ามาทำอันใดกัน”
ปิงซินรีบตอบ “มาเป็นสิบคนเลยเจ้าค่ะ! เป็นคนงานชายตัวใหญ่แข็งแรงทั้งหมด พวกเขาพกพลั่วพกไม้มาด้วยเจ้าค่ะ…ฮูหยิน ท่านต้องการซ่อนตัวหรือไม่เจ้าคะ”
รอยยิ้มของฮูหยินสามหายไป “ดูเหมือนว่านายท่านสี่จะยังเล่นงานข้าไม่สมใจ ไม่ต้องกังวลไปออกไปดูกันก่อนเถอะ” หมิงเวยลุกขึ้นตามแล้วเดินออกไปพร้อมฮูหยินสามอย่างเงียบๆ
“เห็นเส้นนั้นหรือไม่ ขุดมัน!”
“ต้นไม้พวกนั้นที่ดูขวางหูขวางตาโค่นเรียบร้อยแล้วขอรับ” เมื่อพวกนางเดินออกมา ทางฝั่งทะเ