ท้องฟ้าเริ่มมืดอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สายลมเพิ่งพัดพาให้ดอกไม้ร่วงโรยไม่ทันไรก็เงียบสงบเสียแล้ว ไฟทุกดวงในจวนตระกูลหมิงได้ดับลง ประตูทุกบานในจวนถูกลงกลอนหมดแล้วเช่นกัน
ตัวฝูกำลังจัดที่นอนนำโถน้ำร้อนซุกไว้ใต้ผ้านวมอย่างระมัดระวัง หมิงเวยยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างมองไปที่สวนภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน จากตรงนี้นางสามารถมองเห็นมุมหนึ่งของทะเลสาบ ต้นหลิวที่มีสิ่งชั่วร้ายซ่อนอยู่ถูกแสงสีเลือดจางๆ ปกคลุมในความมืดและถูกกั้นด้วยกำแพงบางๆ ทำให้ไม่สามารถหลบหนีได้
นี่คือวิชาของแม่นางหลิว แม้จะอ่อนไปหน่อย แต่ก็ใช้ได้ผล หมิงเวยนึกถึงเรื่องที่ตนเองส่งวิญญาณไปเมื่อไม่นานมานี้ร่างกายจึงอ่อนแอ ยิ่งมีทางสกัดกั้นเช่นนี้แม้จะล่าช้าไปอีกหนึ่งเดือนก็ไม่เป็นไรถึงตอนนั้นนางก็คงมีพลังที่เพียงพอแล้ว
นางมองกลับไปที่เตียงหลังใหญ่ วิญญาณของคุณหนูเจ็ดอยู่ในม่านพลังที่ตนเองสร้างขึ้น สีหน้านางหม่นหมองไม่รู้ตัวว่าเกิดอันใดขึ้น
หมิงเวยถอนหายใจอย่างเงียบๆ เด็กคนนี้ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ เกิดมาโง่เขลา แต่มีแม่ที่เห็นนางสำคัญเท่าชีวิต ถ้าเกิดฮูหยินสามรู้ว่าบุตรสาวของนางได้จากโลกนี้ไปแล้ว นางจะเศร้าโศกเพียงใดกัน
ยิ่งไปกว่านั้นนางไม่รู้ว่าจิตวิญญาณสองส่วนกับกายทั้งสี่ของนางที่ถูกชำระล้างไปนั้นอยู่ที่ไหนหายไปนานกว่าสิบปีเกรงว่าเป็นเรื่องยากที่จะหาเจอ
“คุณหนู อุ่นเตียงเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ จะนอนเลยไหมเจ้าคะ” ตัว