ยตาของนางดูหวาดผวา
“แล้วแบบนี้จะทำเยี่ยงไร ฮูหยินกับคุณหนูยังต้องอยู่ที่นี่”
“ท่านมิต้องร้อนใจไป” แม่นางหลิวรู้สึกว่าในเมื่อตนรับค่าตอบแทนมากมายเช่นนี้มาแล้ว อย่างไรก็ต้องอธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่าง นางลูบเหรียญทองแดงที่ตอนนี้ได้สูญเสียจิตวิญญาณไปแล้วจึงเอ่ยว่า
“เจ้าสิ่งนั้นได้รับบาดเจ็บจากอาวุธของข้าคงจะออกมาไม่ได้อีกสักระยะ อีกครู่ข้าจะปรับกระบวนท่าการต่อสู้เพื่อปิดผนึกตัวปล่อยพลังไว้ชั่วคราว ทำให้มันดูดซับพลังหยินได้ยากขึ้น เช่นนี้ก็จะไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง”
“แล้วระยะยาวเล่า”
“โดยธรรมชาติแล้วก็ต้องตามคนมาเก็บไป ข้าเก็บมันไม่ไหวห่างออกไปอีกเป็นสิบลี้ก็ยังมิมีผู้ใดจะสามารถเก็บมันได้ ฮูหยินลองตามหาผู้มีวิชา และต้องเป็นเสวียนชื่อที่แท้จริงจึงจะมีความสามารถพอจะเก็บเจ้าสิ่งนี้ได้” แม่นางหลิวตอบ
“เสวียนชื่องั้นรึ” แม่นมถงรู้สึกสับสนในหมู่บ้านนี้ก็มีเพียงพ่อหมอแม่หมอ แล้วก็มีเหล่านักปราชญ์ลัทธิเต๋าในยุทธภพ แต่มิเคยได้ยินเสวียนชื่อมาก่อน
“เห้อ” แม่นางหลิวเห็นนางเช่นนี้ก็รู้ได้ทันทีว่านางไม่เข้าใจ จึงได้อธิบายให้นางฟังว่า
“ในสายของเรา อย่างตัวข้านี้ถือว่ายังไม่เป็นมาตรฐานมากที่สุดทำได้เพียงวิชากังฟูผิวเผินเท่านั้น ถ้ามีฝีมือหน่อยก็จะเป็นพวกจอมยุทธ์ทั้งหลาย แต่อย่าได้เข้าใจผิด พวกเขามิใช่พวกที่หลอกลวง พวกเขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฮวงจุ้ยและการขับไล่สิ่งชั่วร้าย หากเก่งกาจขึ้นไปอีก