หมิงเวยนั่งบนเก้าอี้ที่มีผ้าห่มหนา มองเห็นแม่นมถงและแม่นางหลิวเดินออกมาด้วยกัน แม่นางหลิวพูดอะไรบางอย่าง พร้อมกับแม่นมถงที่เรียกสาวใช้มากลุ่มหนึ่ง
หลังจากนั้น เหล่าสาวใช้บ้างก็ไปหยิบเสาไม้ไผ่ บ้างก็หยิบไม้กวาดและแยกย้ายกระจายไปตามมุมต่างๆ ภายในสวน
แม่นางหลิวเองก็เดินไปรอบๆ อย่างเชื่องช้า มิอาจรู้เลยว่านางกำลังมองดูอะไร
แสงอาทิตย์ยามฤดูใบไม้ผลิช่างอบอุ่นและแสนสบาย
หมิงเวยเงยหน้าขึ้นมองแสงแดดที่ส่องประกายลงมา นางค่อยๆ ดึงเชือกสีแดงจากตะกร้าเย็บผ้าของตัวฝูแล้วถักมันอย่างเงอะงะและเชื่องช้า
ตัวฝูยิ้มพลางเอ่ยว่า “คุณหนูต้องการถักสร้อยข้อมือหรือเจ้าคะ รอสักครู่นะเจ้าคะ เดี๋ยวบ่าวจะถักให้คุณหนูเองเจ้าค่ะ”
หมิงเวยส่ายหัวแล้วก้มลงจัดการกับเชือกสีแดงเส้นนั้นต่อไปอย่างขะมักเขม้น
ตัวฝูคิดว่าคุณหนูกำลังเล่นอยู่จึงมิได้สนใจและถักเงื่อนของตัวเองต่อไป
ฮูหยินสามเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับลูบศีรษะของหมิงเวย แล้วนั่งลงตรวจสมุดบัญชีอยู่ข้างๆ
เมื่อหมิงเวยถักปมอันน่าเกลียดของนางเสร็จ ก็มีเสียงตะโกนดังออกมาจากมุมสวน
“ฮูหยินหาเจอแล้วเจ้าค่ะ หาเจอแล้ว โพรงหนูตายขนาดใหญ่เจ้าค่ะ!” สาวใช้ผู้หนึ่งวิ่งมาทางนี้ด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
แม่นมถงจึงหันไปเอ็ดนาง “เหตุใดเจ้าต้องเอะอะเช่นนี้ ค่อยๆ พูดดีๆ!”
สาวใช้พยายามสำรวมกิริยาและเอ่ยตอบ “เจ้าค่ะ พวกบ่าวพบโพรงหนูตายในคูน้ำ มีราวๆ สิบตัว ทุกตัวเน่าหมดแล้วเจ้าค่ะ”
“เหตุใดก่อนห