น้านี้ ตามหาแล้วแต่กลับไม่พบ” ฮูหยินสามเอ่ยพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไป
“โพรงนั่นอยู่ลึกมาก และยังถูกหินปิดทับไว้ด้วยเจ้าค่ะ…”
สวนอวี๋ฟางเป็นสวนที่มีดอกไม้และต้นไม้เขียวชอุ่มเป็นพุ่มพฤกษ์ และยังมีกรวดหินกองซ้อนกันอยู่ทั่วทุกที่
ฮูหยินสามวางสมุดบัญชีลงและลุกขึ้นเดินไปดู
เมื่อนางเดินออกจากศาลา หมิงเวยก็ลุกขึ้นตาม
“คุณหนูเจ้าคะ!” ตัวฝูตะโกนเรียก
หมิงเวยจึงทำมือบอกใบ้ให้ตัวฝูเงียบลง และดึงมือของนางเดินตามหลังฮูหยินสามไปยังสถานที่ที่สาวใช้ผู้นั้นกล่าว
เมื่อเห็นท่าทีที่จริงจังของหมิงเวย ตัวฝูจึงเงียบลง และคิดว่าหากมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น นางก็จะยืนขวางอยู่ด้านหน้าเพื่อปกป้องคุณหนู
โพรงหนูนั้นถูกปิดทับไว้ใต้ก้อนหินที่มุมของคูน้ำ ยังมิทันจะเข้าใกล้ ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งออกมา
ฮูหยินสามเดินเข้าไปใกล้ เห็นสาวใช้ ผู้ซึ่งมีร่างกายกำยำสองคนกำลังม้วนแขนเสื้อขึ้นและใช้เสาไม้ไผ่เขี่ยหญ้าที่รกและรื้อกองหินกรวดออก
เพียงแวบเดียวที่ฮูหยินสามมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายใน ก็เกิดอาการคลื่นเหียนอาเจียน
ภายในนั้นมีซากหนูตายที่เน่าเปื่อยจนมองเห็นกระดูก เนื้อเน่าของมันดึงดูดเหล่าหนอนแมลงให้มาชอนไช
โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่ใช่ฤดูร้อน มิเช่นนั้นหากมีแมลงวันตอมแล้วจะยิ่งส่งกลิ่นเหม็นมากกว่านี้
ฮูหยินสามนำผ้าเช็ดหน้ามาปิดปากและจมูก พลางเอ่ยถามว่า “นี่น่ะเหรอ”
“เจ้าค่ะ กลิ่นเหม็นที่ท่านกล่าวถึงมาจากซากสัตว์เหล่านี้ แต่คงจะไม