ียงด้วยความตกตะลึง ดวงตานิ่งไม่ไหวติง นางจึงปลอบประโลมราวกับปลอบเด็กน้อย “คุณหนูอย่ากลัวเลยเจ้าค่ะ ตัวฝูอยู่นี่ ถ้ามีสิ่งชั่วร้ายเข้ามาตัวฝูจะไล่ไปให้หมดเลยเจ้าค่ะ!”
ตัวฝูมองคุณหนูหลับตาลง หายใจอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นนางจึงกลับไปนอนอย่างวางใจ
หลังจากนั้นไม่นานนางก็หลับไป
หลายวันมานี้ หมิงเวยป่วย เหล่าสาวใช้ถูกเรียกใช้อย่างหนัก ตัวฝูเองก็ไม่ได้นอนหลับสบายมาหลายวันแล้ว
เมื่อตัวฝูนอนหายใจสม่ำเสมอ หมิงเวยที่หลับไปแล้วก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง สายตาจับจ้องไปที่มุมเตียง
ในสายตาของนาง ที่ตรงนั้นมีเงาสีเทากำลังสั่นไหวอยู่
เงาสีเทานั้นเงยหน้าขึ้นราวกับรู้สึกถึงการจ้องมองของนาง เผยให้เห็นใบหน้าที่เหมือนกับร่างกายนี้ราวกับแกะ แววตาเซื่องซึมผสมกับความตื่นตกใจ
นางคือคุณหนูเจ็ดแห่งตระกูลหมิงตัวจริง
หมิงเวยเปิดปากเอ่ยเสียงเบา “อย่ากลัวเลย รอข้าหายดีก่อน แล้วจะส่งเจ้าไปเกิดใหม่”
กล่าวจบนางก็ยกมือทำมุทรา[4]
ม่านพลังเล็กๆ ปรากฏขึ้นต่อหน้าคุณหนูเจ็ด พลังวิเศษช่วยปลอบประโลมนาง คุณหนูเจ็ดแห่งตระกูลหมิงค่อยๆ หยุดสั่นและสงบลง
และหยวนชี่[5]ที่นางรวบรวมมาอย่างยากลำบากก็ถูกเผาผลาญไปเช่นนี้เอง
นางหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้าและเข้าสู่นิทราไปในที่สุด
พอย้อนเวลากลับไป นางรู้สึกเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ หลายวันมานี้นางใช้เวลาอยู่กับการนอนเป็นส่วนใหญ่
พอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที ท้องฟ้าก็สว่างแล้ว
ตัวฝูกำลังนั่งบรรจงปักผ้าอย่างต