ั้งใจอยู่ข้างเตียง
พอเห็นว่าหมิงเวยลืมตาขึ้นแล้ว นางก็วางอุปกรณ์เย็บปักในมือลงแล้วยิ้ม “คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”
หมิงเวยส่งเสียงอืม
สาวใช้ด้านนอกพอได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวภายในห้องก็เดินเข้ามาหา “คุณหนูหลับสบายดีหรือไม่เจ้าคะ ยังปวดหัวอยู่หรือไม่เจ้าคะ”
พอหมิงเวยส่ายหน้า แม่นมก็สั่งให้เหล่าสาวใช้เข้ามาช่วยคุณหนูของนางอาบน้ำแต่งตัว
เพียงเวลาไม่นาน หมิงเวยที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถูกประคองให้เดินมาที่โต๊ะอาหารเพื่อรับประทานอาหารเช้า
ตัวฝูหยิบชามตะเกียบของตัวเองแล้วมานั่งข้างกายหมิงเวย คอยปรนนิบัติหยิบอาหารและเช็ดปากให้นางตลอดเวลา
หมิงเวยเข้ามาอยู่ในร่างนี้หลายวันแล้ว ถูกดูแลปรนนิบัติเช่นนี้มาโดยตลอด
ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านางเปรียบเสมือนตุ๊กตากระเบื้องอันล้ำค่า
นางท่องไปทั่วโลกกับท่านอาจารย์ของนางตั้งแต่ยังเล็ก รู้ดีว่าเกิดเป็นคนโง่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนล้วนเป็นเรื่องที่น่าอับอาย
หากเป็นลูกของสามัญชนธรรมดา จักต้องเลี้ยงดูให้ดี หากปล่อยปละละเลยไม่ดูแลอาจจะถูกรังแกจนตายได้ แต่หากเป็นครอบครัวขุนนางก็จะใช้วิธีหลีกเลี่ยง หรือไม่ก็ขังตัวอยู่แต่ในเรือน หรือไม่ก็ถูกส่งตัวไปที่อื่น ไม่กล้าบอกให้ใครรับรู้
ใครเล่าจะเหมือนคุณหนูเจ็ดแห่งตระกูลหมิงที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี มองจากภายนอกดูไม่ออกเลยว่าเป็นคนโง่
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของฮูหยินสาม ผู้เป็นมารดาของคุณหนูเจ็ด
พอนึกถึง