ฮูหยินสาม หมิงเวยก็มองออกไปด้านนอก
แม่นมถงที่ดูแลนางอยู่ข้างกายเห็นอย่างนั้นจึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ฮูหยินไปดูแลกิจการเจ้าค่ะ เดี๋ยวท่านก็กลับมา”
หมิงเวยเอ่ยเสียงอ้อ จากนั้นก็ทานอาหารต่อ
นางทานอาหารช้ามาก อาจเป็นเพราะเพิ่งตื่นนอน การเคลื่อนไหวจึงยังไม่ประสานกัน ขนาดตะเกียบก็ยังคีบไม่มั่นคง
แต่ตัวฝูและแม่นมถงกลับดีใจมาก
นางทานอาหารเสร็จเรียบร้อยโดยไม่ทำข้าวต้มหกสักเม็ด ตัวฝูจึงดูไร้ประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง
พอเก็บชามข้าวเสร็จแล้ว ฮูหยินสามก็กลับมา
ฮูหยินเป็นหญิงที่งดงามและสง่างาม นางมีอายุมากกว่าสามสิบปีแต่เสน่ห์ในตัวนางกลับไม่ลดลงไปแต่อย่างใด เพราะนางเป็นหญิงหม้ายจึงสวมชุดเรียบง่าย บนศีรษะประดับแค่ปิ่นทองลายหงส์ ทว่ารูปร่างหน้าตาของนางนั้นยากที่จะลืม
หมิงเวยเดินท่องไปทั่วหล้า แต่ก็ไม่เคยเห็นหญิงใดงามเทียบเท่าผู้เป็นมารดามาก่อน
พอเห็นบุตรสาว ฮูหยินสามยกมุมปากขึ้นแล้วยิ้มอย่างเริงร่า “เสี่ยวชีทานเสร็จแล้วหรือ ชอบกับข้าวของวันนี้หรือไม่”
หมิงเวยพยักหน้าเบาๆ
รอยยิ้มของฮูหยินสามดูอบอุ่นขึ้น
แล้วนางก็เริ่มสนทนากับบุตรสาวในเรื่องธรรมดาทั่วไป อย่างเช่นฤดูใบไม้ผลิมาเยือนแล้ว อากาศอบอุ่นแล้ว พื้นหญ้าเริ่มเป็นสีเขียว นกเริ่มอพยพกลับเหนือ…ราวกับเด็กน้อยเรียนรู้ศัพท์
นี่เป็นบทเรียนที่คุณหนูเจ็ดตระกูลหมิงเรียนทุกวันในตอนเช้า เป็นเช่นนี้มาสิบกว่าปี ทำให้นางพอจะสนทนาง่ายๆ กับผู้อื่นได้บ้าง
หมิงเวยไม่ร