กับพ่อตาในอนาคตอย่างตนหน่อยเหรอ?
หลิงเยว่คิดเช่นนี้ แต่เย่เทียนเฉินกลับไม่ขยับเขยื้อน ถึงกับบิดขี้เกียจด้วยซ้ำ ทำให้หลิงเยว่โกรธจนแทบอยากจะเขวี้ยงแจกันใส่เย่เทียนเฉิน เพียงแต่เมื่อคิดอีกที หลิงเยว่ยังคงอดทนไว้ ก็เหมือนกับที่หยางอี้พูดกับเขาเมื่อครู่นี้ คนเราแต่ละยุคสมัยเปลี่ยนไป ไม่สามารถใช้ความคิดของคนแก่มาตัดสินพวกเขา ที่สำคัญก็คือหลิงเยว่เป็นคนทำให้เย่เทียนเฉินอับอายก่อน ในใจของคนอื่นเขาจะไม่พอใจก็เป็นเรื่องปกติ อีกอย่างคนที่ช่วยตระกูลหลิงได้และเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดก็คือเย่เทียนเฉิน
“เย่เทียนเฉิน ฉันอยากคุยกับนายดีๆ!” หลิงเยว่เอ่ยปากอีกครั้ง
ตอนนี้เอง เย่เทียนเฉินลืมตาขึ้น มองไปยังหลิงเยว่ หาวครั้งหนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “มีเรื่องอะไรก็พูดมาเถอะ ระหว่างพวกเราไม่มีอะไรให้พูดกันดีๆ หรอก!”
“ฉันรู้ว่านายมีอคติกับฉัน แต่ฉันเองก็ลำบากใจ ตระกูลหลิงต้องการย้ายกลับมาพัฒนาตระกูลในประเทศ นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ฉันจำเป็นต้องทำทุกอย่างไม่ให้มีข้อบกพร่อง ที่ไม่ให้อวี่สวิ๋นไปมาหาสู่กับนายนั้นก็เพื่อความปลอดภัยของเธอ ฉันคิดว่านายคงเข้าใจอารมณ์ของคนเป็นพ่ออย่างฉันนะ?” หลิงเยว่ทอดถอน