ปกป้องถือหางก็นับว่ามีเหตุผล ถ้าคนเราหลุดจากกิเลสทั้งปวงได้ก็ไม่นับเป็นคนแล้ว เย่เทียนเฉินไม่ใช่คนไม่เข้าใจเหตุผลอะไร เพียงแต่หากพูดตามภาษาของเขาแล้ว แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีคำว่า “ก้มหัว”
“บุญคุณความแค้นระหว่างแกกับซิ่นเอ๋อร์ฉันรู้แล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรก็เป็นหลานชายเพียงคนเดียวของฉัน ถ้าเขาเกิดเรื่อง ฉันจะไม่ปล่อยแกไปแน่” หลีเจี่ยนมองเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้น
“ผมเข้าใจความรู้สึกของท่านหลี เพียงแต่คุณสั่งสอนหลานชายแบบนี้ไม่ได้นะครับ ต่อให้วันนี้ผมไม่ฆ่าเขา จะช้าจะเร็วก็ต้องมีคนอื่นฆ่าเขาอยู่ดี คุณว่าถูกหรือเปล่า?” เย่เทียนเฉินยังคงเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้แกมายุ่ง ขอแค่แกช่วยซิ่นเอ๋อร์ก็พอ” หลีเจี่ยนพูดด้วยสีหน้าอึมครึม
เย่เทียนเฉินแย้มยิ้มเล็กน้อย ลุกขึ้นยืนจากโซฟา ส่ายหน้าแล้วพูดว่า
“ท่านหลี ความจริงคราวนี้ผมต้องการมอบคำเตือนให้หลีซิ่นหลานของคุณเท่านั้น อย่าให้เขาแตะต้องคนตระกูลเย่อีก และอย่ามาหาเรื่องวุ่นวายให้ผมอีก ผมมีแค่ประโยคเดียวที่จะบอกกับคุณ ถ้าเขากล้ามาวุ่นวายกับผม ผมจะไม่เกรงใจแน่นอน”
“แก…นี่แกขู่ฉันเหรอ?” หลีเจี่ยนใช้ฝ่ามือตบลงไปบนโต๊ะ มองไปยั