ก็นับว่านายชนะ”
“นายจะต้องเสียใจที่พูดแบบนี้แน่นอน...”
เมื่อเผชิญหน้ากับเย่เทียนเฉินที่โน้มตัวลงมา หมัดทั้งสองกำแน่น หวังเฟิงก็ขมวดคิ้วอย่างดุดัน ขาทั้งสองกระทืบลงบนพื้น พริบตาเดียวก็ทะยานตัวขึ้นไปสูงหลายสิบเมตร มือทั้งสองแปลงเป็นฝ่ามือซัดไปทางเย่เทียนเฉิน
ตู้มๆๆ …
การต่อสู้อันดุเดือดเกิดขึ้นในอากาศ คนที่อยู่บนพื้นได้เห็นต่างต้องปากอ้าตาค้าง ฝีมือของสองคนนี้แข็งแกร่งมากจริงๆ เย่เทียนเฉินเองก็ตื่นตะลึง เขาคิดไม่ถึงว่าหวังเฟิงจะร้ายกาจขนาดนี้ ทุกฝ่ามือที่ซัดออกมาล้วนทำให้อากาศสั่นสะเทือน ถ้าถูกเข้าไปฝ่ามือหนึ่งเขาต้องกระอักเลือดแน่นอน ดูท่าทางหัวหน้ากองกำลังที่เป็นคนสนิทข้างกายหลีเจี่ยนคนนี้คงไม่ใช่พวกอ่อนหัด
ส่วนคนที่อยู่ในกองกำลังทั้งสามสิบคนที่หวังเฟิงพามา แต่ละคนติดอาวุธครบมือ พวกเขาเป็นอัจฉริยะที่ถูกเลือกออกมาจากหน่วยรบพิเศษระดับหัวกะทิ ทุกคนต่างมีความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ หวังเฟิงเคยเป็นพระนักสู้ในหอธรรมของวัดเส้าหลิน ไม่ว่าใครก็รู้ว่าหอธรรมของวัดเส้าหลินมีฐานะอย่างไรในวัด พระนักสู้ด้านในถูกใช้เพื่อปกป้องวัดเส้าหลิน วรยุทธทั้งหมดของพวกเขาต่างลึกล้ำสูงส่งที่สุด ต่างเป็นที่คนที่ผ่าน