ณครับ!” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ไม่มีอาการประหม่า
เย่หงพยักหน้า ตอนแรกเขายังกังวลว่าลูกชายจะพูดไม่เป็น จะอย่างไรที่ผ่านมาเย่เทียนเฉินก็มีท่าทีเหลาะแหละ ดูเหมือนไม่สนใจกิจกรรมการสานสัมพันธ์พวกนี้และเหมือนจะไม่รู้เรื่องมากนัก คิดไม่ถึงว่าพอพูดออกมาไม่กี่ประโยคก็ดูมีมากขึ้นมาจริงๆ ทั้งยังทำให้คนอื่นไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ยืนอยู่บนเวทีก็คือเย่เทียนเฉิน
ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าเย่เทียนเฉินออกงานไม่เป็น แต่เขาแค่ไม่มีความสนใจเรื่องพวกนี้มาโดยตลอด แค่ต้องพูดไม่กี่ประโยคบนเวทีก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เพียงแต่เขาไม่ได้มีความสนใจทางด้านนี้ก็เท่านั้น
“เท่านี้ก่อนแล้วกันครับ กิจกรรมต่อไปขอให้ทุกท่านสนุกสนานกันได้ตามสบาย ผมจะไปทักทายทีละคน” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้มจากนั้นจึงส่งไมโครโฟนให้พิธีกรที่อยู่ด้านข้างแล้สเดินลงไปด้านล่างเวที
พิธีกรรับไมโครโฟนมากล่าวเสียงดังด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ผมก็จะไม่พูดมากอีก ลำดับต่อไป…”
ตู้ม!
ไหนเลยจะรู้ว่าในตอนที่ทุกคนรู้สึกเหนือคาดกับความยิ่งใหญ่ของเย่เทียนเฉินจนต้องเปลี่ยนมุมมองนั้นเอง พิธีกรยังพูดไม่ทันจบก็ถูกอัดจนกระเด็นออกไป บนท้องมีดาบเล่มใ