“คนหนุ่มหนอ คุณไม่รับฟังความเห็นของหมอเลยจริงๆ ผมเห็นว่าความสามารถของคุณไม่เลว ยังมีอนาคตให้พัฒนาได้ถึงได้เตือนคุณ แต่ในเมื่อคุณไม่ทุกข์ร้อน งั้นก็แล้วแต่ลิขิตฟ้าเถอะ!” จางอีเต๋อมองไปยังหวังเจี๋ยแล้วส่ายหน้าพูด
“หมอเทวดาจาง พี่ใหญ่ของผมหมดสติไปเก้าวันเก้าคืนแล้ว หวังว่าหมอเทวดาจางจะช่วยรักษา!” อู๋เสวี่ยพูดกับจางอีเต๋อด้วยความเคารพ
จางอีเต๋อมองไปยังอู๋เสวี่ยแต่ไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงส่ายหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็หลับตาทำสมาธิต่อไป จะอย่างไรก็ไม่ยอมไปดูเย่เทียนเฉินแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่บอกว่าอาการบาดเจ็บของเย่เทียนเฉินจะรักษาให้หายดีได้หรือไม่ จะไม่ให้พวกอู๋เสวี่ยร้อนใจได้อย่างไร ต้องการสอบถาม จางอีเต๋อก็ไม่ยอมเอ่ยปาก ต้องการลงมือบีบบังคับ จางอีเต๋อก็เป็นผู้อาวุโสคนหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความสามารถเก่งกาจ จะเอาชนะเขาได้หรือไม่ก็ยังเป็นสิ่งที่ไม่อาจรู้
ความร้อนใจที่ต้องรอคอยก็เป็นเช่นนี้เอง แต่ละคนล้วนมีความจนใจของตน ล้วนมีความรู้สึกไร้พลังของตน ต่อให้เป็นคนที่แข็งแกร่งขนาดไหน ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาขนาดไหน พวกเขาก็ล้วนมีช่วงเวลาที่ไม่อาจรับมือได้ แล้วคนธรรมดาและชาวบ้านทั่วไปล่ะ? ยกตัวอย่างเช่น