ังมากเพียงพอที่จะบีบเหล็กจนป่นเป็นผง คว้าจับไปยังไหล่ของจางอีเต๋อโดยตรง
จะว่าช้าก็ช้า จะว่าเร็วก็เร็ว ในตอนที่มือขวาของหวังเจี๋ยโจมตีคว้าจับไปที่ไหล่ของจางอีเต๋อ จางอีเต๋อก็พลิกตัวจากเก้าอี้เอนก่อนจะทะยานตัวขึ้นมา ชี้นิ้วโจมตีไปยังตำแหน่งกลางฝ่ามือขวาของหวังเจี๋ย หวังเจี๋ยพลันสัมผัสได้ถึงความชาบริเวณมือขวาของตน ตามมาด้วยความการสูญเสียความรู้สึกที่มือขวา ยิ่งไปกว่านั้นความชายังแผ่ขยายไปไม่หยุด พริบตาเดียวร่างกายซีกขวาก็ชาจนขยับไม่ได้ ทำให้หวังเจี๋ยตื่นตะลึงจนต้องขมวดคิ้ว คิดไม่ถึงว่าจางอีเต๋อจะร้ายกาจขนาดนี้
หวังเจี๋ยยังคงกัดฟันโจมตีจางอีเต๋อต่อไปโดยไม่สนใจว่าร่างกายซีกขวาจะชาไปทั้งซีกแล้ว เพียงแต่น่าเสียดาย เขาเพิ่งจะทะยานไปเบื้องหน้าสองก้าว มือขวาของจางอีเต๋อก็บีบลงที่ลำคอของเขา เพียงแค่ออกแรงเล็กน้อยหวังเจี๋ยก็คงสิ้นชีพ
หวังเจี๋ยแพ้แล้ว แพ้อย่างรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง แพ้อย่างว่องไวโดยสิ้นเชิง ทำให้พวกอู๋เสวี่ยที่เหลือทั้งห้าคนต่างรู้สึกตื่นตะลึงหาใดเปรียบ จะอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าหวังเจี๋ยจะแพ้เช่นนี้ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจางอีเต๋อได้เลย ชายชราที่ดูผิวเผินหนวดเคราขาวโพลนไปหมดถึงกับแข็งแ