เห็นเรื่องนี้เกี่ยวกับตัวเอง จะให้พวกอู๋เสวี่ยไม่ร้อนใจได้อย่างไร ผ่านไปเก้าวันเก้าคืนแล้ว พี่ใหญ่เย่เทียนเฉินไม่เพียงแต่จะยังไม่ฟื้น ลมหายใจกลับอ่อนแอลงเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปจะทำอย่างไรดี? จางอีเต๋อมาถึงสองวันแล้ว เดิมทีทุกคนคิดว่าเย่เทียนเฉินมีทางช่วยแล้ว ทว่าตั้งแต่ที่ชายชราคนนี้มาถึงคฤหาสน์ก็ไม่เคยพูดว่าจะไปรักษาเย่เทียนเฉิน ทั้งยังไม่ไปดูเย่เทียนเฉินสักครั้ง ราวกับเขาไม่ได้มารักษาแต่มาเพื่อพักผ่อน ชายชราคนนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่ ทำให้คนอื่นมองไม่ออกเลยจริงๆ
“โยนผมออกไป? กลัวก็แต่ว่าคุณจะไม่มีความสามารถแบบนั้น!” จางอีเต๋อยิ้มเล็กน้อย กล่าวขึ้นโดยไม่แม้แต่จะมองหวังเจี๋ย
หวังเจี๋ยขมวดคิ้ว กัดฟันแน่น สะบัดฝ่ามือเป็นกรงเล็บมังกรโจมตีไปที่ไหล่ของจางอีเต๋อ อู๋เสวี่ย หลินตวน เปาเทียนหลง ชางหลางและเฮยเมี่ยนต่างจับจ้องภาพนี้ ความสามารถของหวังเจี๋ยไม่อ่อนแอเลย ไม่ว่าจะสู้กับใครในหมู่พวกเขาทั้งห้าก็สู้ได้ แต่ใครจะเก่งใครจะอ่อนก็ยังไม่รู้ เรื่องของการต่อสู้นั้น นอกจากความสามารถแล้วยังมีเรื่องของประสบการณ์และเวลากับสถานที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การโจมตีกรงเล็บมังกรของหวังเจี๋ยมีพล