วของตระกูลฟ่าน ตระกูลฟ่านต้องช่วยเหลือเขาทุกทางแน่นอน ถึงตอนนั้นพอท่านพ่อไม่อยู่ เกรงว่าตำแหน่งผู้คุมหางเสือของตระกูลเย่ของพวกเราคงเป็นของเย่หงแล้ว ในฐานะที่พวกเราเป็นพี่ใหญ่พี่รองกลับจะต้องถูกเขาเหยียบย่ำอยู่ใต้เท้า ฟังคำชี้แนะของเขา!” เย่เฮ่อกั๋วก็พูดอย่างดุดัน ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วต่างก็ทำตัวยโสโอหังอยู่ในตระกูลเย่ เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ต่างก็ทำตามคำพูดของพวกเขา ส่วนน้องสามเย่หงซึ่งก็คือพ่อของเย่เทียนเฉินเป็นได้แค่เป้าหมายให้พวกเขารังแกมาโดยตลอด ตอนนี้ถ้าหากว่าเย่หงได้เลื่อนตำแหน่งกลายเป็นผู้คุมหางเสือของตระกูลเย่ พวกเขาจะรับได้อย่างไร?
“ดังนั้นพวกเราจะต้องหยุดยั้งเรื่องนี้!” เย่มู่ไป๋พูดอย่างเย็นชา
“หยุดยั้ง? หยุดยั้งยังไง? ตระกูลฟ่านระบุชื่อมาแล้วว่าต้องการให้ฟ่านรั่วเซวียนแต่งงานให้เย่เทียนเฉิน แม้แต่พ่อก็เห็นด้วย พวกเราจะทำอะไรได้?” เย่เฮ่อกั๋วพูดอย่างโกรธเกรี้ยว
เย่มู่ไป๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ค่อยๆ แย้มยิ้มออกมาที่มุมปากแล้วพูดเสียงเย็นว่า
“ในเมื่อลูกชายของพวกเราสองคนไม่มีทางได้แต่งงานกับตระกูลฟ่าน ถ้างั้นพวกเราก็ไม่อาจปล่อยให้เย่เทียนเฉินแต่งงานกับฟ่านรั่วเซวียนได้ ต่อให้ต้องรักษาสถานะตอนนี้เอาไว้ก็ยังมีประโยชน์กับพวกเรามากกว่าการที่ปล่อยให้เย่หงรุ่งเรืองขึ้นมา!”
เย่เฮ่อกั๋วชะงักไป จากนั้นจึงพยักหน้า พี่ใหญ่เย่มู่ไป๋พูดได้มีเหตุผลจร