ากแล้ว เลี่ยงไม่ได้ที่จะเอ็นดูหลานชายให้มากและไม่ได้ไปวุ่นวายอะไร ตอนนี้เห็นพวกเขาสองคนเข้ามา ใบหน้าจึงเคร่งขรึมลง
“ปู่ครับ ทำไมคนตระกูลฟ่านถึงเลือกไอ้เด็กเย่เทียนเฉินนั่นได้ เขาก็แค่ไอ้ขยะปัญญาอ่อนเท่านั้น ผมสิถึงจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด!” เย่เฉียนซวนพูดอย่างไม่มีมารยาท
“ผมต่างหากถึงจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เย่เทียนเฉินนับเป็นอะไรได้ ถูกไล่ออกจากตระกูลเย่ไปนานแล้ว เขาไม่มีคุณสมบัติมาแข่งกับผม ไม่มีอะไรสู้พวกเราได้เลย!” เย่ฉีก็พูดอย่างไม่พอใจ
“พวกแก…” เย่หย่วนซานโกรธจนพูดอะไรไม่ออก
“ปู่ครับ ปู่วางใจเถอะ ขอเพียงได้แต่งงานกับหลานสาวตระกูลฟ่าน ผมจะต้องใช้ประโยชน์จากตระกูลฟ่านพัฒนาตระกูลเย่ของพวกเราให้รุ่งเรืองแน่นอน!” เย่เฉียนซวนพูดด้วยท่าทีจริงจัง
“พี่เฉียนซวน กลัวก็แต่พี่จะทำไม่ได้ ถ้าผมแต่งงานกับฟ่านรั่วเซวียนจะต้องทำให้ตระกูลเย่รุ่งเรืองได้แน่ จะให้เป็นตระกูลระดับหนึ่งก็ไม่มีปัญหา!” เย่ฉีพูดโดยไม่คิด
“ไป…ไสหัวไป ไสหัวออกไปให้หมด!” เย่หย่วนซานตะโกนออกมาด้วยความโกรธจนตัวสั่น
เย่เฉียนซวนและเย่ฉีคิดไม่ถึงว่าคุณปู่ที่รักใคร่เอ็นดูพวกเขามาโดยตลอดจะถึงกับบันดาลโทสะขนาดนี้ได้ พลันนั้นจึงชะงักไป รีบเดินออกไปจากห้องโถงใหญ่ ส่วนเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วเห็นว่าพูดโน้มน้าวพ่อไม่ได้ก็รีบเดินออกไปเช่นกัน เรื่องนี้พวกเขาไม่คิดจะพลาดโอกาส ย่อมต้องแย่งชิงเต็มที่
“น้องรอง เรื่องนี้แกคิดยังไง?”