ย่เฮ่อกั๋วก็ไม่กล้าส่งเสียงอีก แต่ก็จ้องมองกันด้วยท่าทีดุดัน เกลียดชังที่อีกฝ่ายแย่งชิงโอกาสของตน ต้องทราบว่าตระกูลเย่ตกต่ำลงเรื่อยๆ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่ากระทั่งตระกูลระดับสามก็คงเป็นไม่ได้ ครั้งนี้ตระกูลฟ่านพูดเรื่องการเชื่อมสัมพันธ์ด้วยตัวเอง นั่นเป็นโอกาสที่ดียิ่ง เย่มู่ไป๋และเย่หย่วนซานย่อมต้องคิดคว้าโอกาสไว้
“พวกแกสองคนไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว ครั้งนี้ผู้อาวุโสฟ่านแสดงออกชัดเจนว่าต้องการให้หลานสาวของแต่งงานกับเทียนเฉิน เรื่องนี้ฉันบอกเย่หงแล้ว ฉันจะบอกพวกแกสองคนให้ชัดเจน ใครกล้ามายุ่งเรื่องนี้ ฉันจะไล่ออกจากตระกูลเย่!” เย่หย่วนซานพูดด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง
“อะไรนะ? เป็นไอ้เด็กเย่เทียนเฉินนั่น?” เย่มู่ไป๋ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“พ่อครับ…เป็นไปได้ยังไง พ่อก็เห็นด้วยเหรอ? ไอ้เด็กอกตัญญูเย่เทียนเฉินนั่น ไม่มีมารยาทไม่มีความเคารพผู้อาวุโสสักนิด กระทั่งจะเรียกพ่อว่าปู่สักคำก็ไม่เคยเรียก…” เย่เฮ่อกั๋วก็รีบเติมน้ำมันลงกองเพลิง
“หุบปาก เรื่องนี้ตัดสินใจไปแล้ว จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จรอถามความเห็นของเทียนเฉินก่อนค่อยตัดสินใจ!” เย่หย่วนซานพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เสียงแกรกดังขึ้น ประตูห้องโถงใหญ่ถูกผลักออก ชายสองคนเดินเข้ามา คนหนึ่งก็คือลูกชายของเย่มู่ไป๋เย่เฉียนซวน อีกคนหนึ่งก็คือลูกชายของเย่เฮ่อกั๋วเย่ฉี ทั้งสองต่างก็เป็นพวกไม่เอาไหนไม่ร่ำเรียน รู้จักแต่กินดื่มเที่ยวผู้หญิง เย่หย่วนซานอายุม