นักโฮคุชินอิตโตริวมาฆ่าถึงประตูแล้วค่อยว่ากันอีกทีดีกว่า ส่วนตระกูลหลิง เรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับผม ผมรู้ว่าหลิงอวี่สวิ๋นไม่เป็นไรก็พอแล้ว ตอนนี้แค่ต้องการไปดูด้วยกันกับคุณสักหน่อยจะได้วางใจ!”
“แก…ฉันคิดว่าอีกเดี๋ยวตอนที่แกได้พบสองพ่อลูกหลิงอวี่สวิ๋น แกคงไม่พูดสบายๆ แบบนี้หรอก!” เฮยเมี่ยนพูดพลางส่ายหน้า
“หือ? หลิงอวี่สวิ๋นเป็นอะไร? ได้รับบาดเจ็บเหรอ? ทำไมพวกคุณไม่ส่งเธอไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล?”
เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะร้อนใจขึ้นมา รีบเอ่ยปากถามเฮยเมี่ยน หลิงอวี่สวิ๋นและเขาเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกของทั้งสองเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนรักที่ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ ความรู้สึกที่หลิงอวี่สวิ๋นมีให้ตนนั้นเย่เทียนเฉินย่อมสัมผัสได้ เขาไม่ใช่นักบุญอะไร และไม่คิดจะเป็นนักบุญด้วย เขาที่ชีวิตที่แล้วอยู่เพียงลำพัง โลกนี้จึงไม่อยากเสียใจภายหลังอีก รู้สึกผิดต่อคนที่ดีกับตนเหล่านี้จริงๆ
“อ้อ ดูเถอะ ไอ้หนูอย่างแกก็มีเวลาร้อนใจขึ้นมาเหมือนกัน ทำไมหน้าถึงแดงขนาดนี้?” เฮยเมี่ยนเห็นเย่เทียนเฉินร้อนใจขนาดนี้จึงเอ่ยถามด้วยท่าทีหยอกล้อ
“ต่อให้ผมหน้าแดงขนาดไหนก็หล่อกว่าหน้าดำๆ ของคุณเป็นร้อยเท่า!” เย่เทียนเฉินรีบพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“ฉันจะบอกนายตามตรง หลิงอวี่สวิ๋นไม่เป็นไร ส่วนพ่อของเขาพิการแล้ว มือขวาถูกปราณดาบทำร้ายจนใช้งานไม่ได้ พิการแล้ว!” เฮยเมี่ยนจ้องมองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้น
“ถ