นแกที่มายั่วยุฉันแท้ๆ ไม่ใช่รึไง?” เฮยเมี่ยนกล่าวเสียงต่ำอย่างรู้สึกทนไม่ไหว
“มาเถอะๆ ผมรู้ดีว่าคุณไม่สะดวกใจจะยอมรับ!” เย่เทียนเฉินพูดแล้วส่ายหน้า
“กระบวนท่าเดียวตัดสินแพ้ชนะ ฉันขี้เกียจมาวุ่นวายกับไอ้หนูอย่างแกแล้ว ถ้าแกแพ้ก็ตามฉันไปพบท่านผู้นำซะดีๆ!” เฮยเมี่ยนพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“ได้ ในเมื่อคุณเปิดเผยตรงไปตรงมาขนาดนี้ ผมก็จะรับปากคุณ ถ้าผมชนะผมจะไม่ไปพบท่านผู้นำ ถ้าผมแพ้ผมจะกลับไปปิดประตูนอน!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยท่าทีจริงจัง
“คำไหนคำนั้น…หือ? ไอ้หนูนี่แกหยอกล้อฉันเหรอ ดูซะ…”
ตอนนี้เฮยเมี่ยนโมโหขึ้นมาแล้ว ทุกครั้งที่จะให้เย่เทียนเฉินไปพบท่านผู้นำ เจ้าหนูนี่ก็มักจะทำทุกวิถีทางเพื่อผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่มีประโยชน์อะไรจริงๆ ถ้าไม่มีเรื่องเกี่ยวข้องกับเขา เขาคงไม่ไปแน่ นี่ย่อมทำให้เฮยเมี่ยนที่เป็นขุนพลทัพฟ้าผู้มีใจซื่อสัตย์ภักดีต่อประเทศชาติและชาวประชารู้สึกไม่พอใจและเหยียดหยามมาก อดไม่ได้อยากอัดเจ้าหนูนี่ให้หน้าเละเป็นหมู
ความจริงเย่เทียนเฉินไม่อยากไปพบพวกท่านผู้นำจริงๆ และไม่ใช่ว่าต้องการจะหาเรื่องทุกครั้ง เนื่องจากเดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนของโลกใบนี้ ไม่มีทัศนคติในเรื่องของการทำตามคำสั่งใดๆ สิ่งที่เขาแสวงหาก็คือชีวิตสงบสุข ไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องในประเทศ
ที่เขาทำภารกิจสองครั้งก่อนหน้านี้ ประการแรกเพราะเกี่ยวข้องกับเขา ประการที่สองเพราะทางการให้ผลประโยชน์แก่เขา ประการที่สามเพราะท่าน