ักไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยปากด้วยความไม่พอใจ
“ผู้เดินทางสายมารงั้นเหรอ พวกแกผิดแล้ว ตัวฉันก็คือเสียม๋อ(มาร)…”
ในขณะที่ชายชราพูด สีหน้าก็เปลี่ยนไป ใบหน้าของเขากลายเป็นสีดำหมึกคล้ายถูกเผาไหม้อย่างไรอย่างนั้น เมื่อได้เห็นก็ทำให้ผู้คนรู้สึกอยากจะอ้วก เย่เทียนเฉิน เถียนปอกวงและตงฟางเมิ่งต่างก็ขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าชายชราเบื้องหน้าคนนี้เป็นใครกันแน่ มีกลิ่นอายมารอยู่บนร่าง เข้มข้นรุนแรงยิ่งกว่าเสี้ยวหย่วนเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพลังบ่มเพาะลึกล้ำสูงส่งจนมิอาจคาดเดา ทำให้พวกเขาทั้งสามลอบเพิ่มความระมัดระวังขึ้นมา
“เสียม๋อ? หรือว่าแกคือ…” ตงฟางเมิ่งคิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากพูด
“แม่นางน้อยฉลาดจริงๆ คิดไม่ถึงว่าบนโลกใบนี้ยังมีคนรู้จักฉันอีก ถ้างั้นวันนี้ฉันจะทำให้พวกแกตายซะ!” ชายชราคนนั้นหันตัวมา ในมือขวาปรากฎกระบี่ขึ้นเล่มหนึ่ง ตัวกระบี่เป็นสีดำทั้งหมดราวกับออกมาจากขุมนรกอย่างไรอย่างนั้น มีไอมารแผ่ออกมา บนตัวกระบี่มีอักษรสีเลือดสลักไว้สามคำ กระบี่มาร!
ในตอนที่เย่เทียนเฉิน ตงฟางเมิ่งและเถียนปอกวงเห็นกระบี่มารเล่มนั้นก็รู้สึกคล้ายกับว่าจิตวิญญาณถูกไอมารสูบออกไป มีความรู้สึกประหนึ่งคล้ายกับจะถูกกลืนกิน ตอนนี้เอง เถียนปอกวงพลันตื่นตะลึงขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยเสียงสั่นเทาเล็กน้อย “แกคือเสียม๋องั้นเหรอ? งั้นแกก็คือเสียม๋อที่บุกเข้าไปในพรรคท่องกระบี่ ดวลเดี่ยวกับยอดฝีมือทั้