ระบี่ไท่อาที่อยู่ในมือของเขาเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง เป็นกระบี่ที่เขาสามารถควบคุมได้ การทะลวงขอบเขตพลังไปยังขอบเขตจักรพรรดิทำให้เขาได้รับพลังการต่อสู้อันแข็งแกร่งมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เย่เทียนเฉินคิดไม่ถึง ดูแล้วการสะสมพลังให้มั่นคงไม่ต้องรีบร้อนทะลวงพลัง ไม่หยิบยืมพลังของฟ้าดิน คิดหาวิธีอาศัยพลังของตัวเองเพื่อทะลวงขอบเขต สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ก็เหมือนกับที่เขาทะลวงพลังจากระดับจอมราชันไปถึงระดับจักรพรรดิโดยใช้แต่พลังในร่างกายของตน ไม่ได้หยิบยืมพลังของฟ้าดินแม้แต่น้อย นี่จึงทำให้พลังภายในร่างกายแข็งแกร่งและพุ่งพล่านมากยิ่งขึ้น
“เอาอย่างนี้แล้วกัน คุกเข่าลงเรียกฉันว่าพ่อซะ แล้วฉันจะเหลือศพสมบูรณ์ไว้ให้แก!”
พรืด!
ไม่เพียงแต่เถียนปอกวงและตงฟางเมิ่งที่แทบจะทรุดลงกับพื้น กระทั่งเสี้ยวหย่วนก็มีสีหน้าเอือมระอา ไม่ว่าใครก็คิดไม่ถึงว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ในการต่อสู้เป็นตายอันตึงเครียดเช่นนี้ เย่เทียนเฉินจะกล่าวคำพูดหยอกล้อแบบนี้ออกมาได้ จะให้เสี้ยวหย่วนคุกเข่าแล้วเรียกเขาว่าพ่องั้นเหรอ? ช่างทำให้ผู้คนอยากร้องไห้โดยไร้ซึ่งน้ำตา หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้จริงๆ
จากนั้นเสี้ยวหย่วนกลับมีสีหน้าดุดัน ดวงตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยไอสังหาร มือขวาที่กำกระบี่อยู่กำแน่นยิ่งขึ้น จ้องมองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างโหดเหี้ยม ชายหนุ่มอายุเพียง 20 ปีคนนี้ถึงกับมีพลังความสามารถแข็งแกร่งขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังจะให้เขา