ปล่อยให้คุณสู้อยู่คนเดียวได้ยังไง!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“น้องชาย ถ้าแกยังรู้ว่าฉันเป็นพี่ใหญ่ก็ฟังคำพูดของฉันซะ ฉันมีเหตุผลแน่นอน!” เถียนปอกวงพูดอย่างเคร่งเครียด
ตอนนี้ตงฟางเมิ่งก็ก็สังเกตเห็นเจตนาของเถียนปอกวงแล้ว เขาไม่อยากให้เย่เทียนเฉินถูกลากเข้าไปพัวพัน จะอย่างไรเย่เทียนเฉินก็ไม่ใช่คนในโลกของวรยุทธ เขาเป็นเพียงผู้มีพลังพิเศษคนหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นพรรคท่องกระบี่ก็ไม่ใช่อะไรที่หาเรื่องได้ง่ายๆ ความสามารถของเสี้ยวหย่วนแข็งแกร่งมาก หากต้องการฆ่าคนคนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจะไปหาเรื่องคนถ่อยที่โหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ยิ่งต้องระมัดระวังให้มาก
“ในเมื่อพี่ใหญ่เถียนพูดแบบนี้ พวกเราก็รอดูต่อไปเถอะ หากเขาเอาชนะเสี้ยวหย่วนไม่ได้ ถึงตอนนั้นพวกเราค่อยลงมือก็ยังไม่สาย!” ตงฟางเมิ่งพูดกับเย่เทียนเฉินเสียงเบา
เสี้ยวหย่วนมองไปยังเถียนปอกวงอย่างเย็นชา จากนั้นจึงมองไปยังเย่เทียนเฉินและตงฟางเมิ่งแล้วพูดขึ้นว่า “เถียนปอกวง ฉันจะขอถามแกเป็นอย่างสุดท้าย พวกเฉินฮุยที่เป็นศิษย์น้องของฉันแกฆ่าหรือเปล่า?”
“ใช่แล้ว ไอ้ลูกเต่าน้อยไม่รู้จักที่ตายพวกนั้นมันกล้ามาโจมตีฉัน ตายไปก็สมควรแล้ว!” ในตอนที่เย่เทียนเฉินยังไม่ทันพูดอะไร เถียนปอกวงก็นำเรื่องการตายของพวกเฉินฮุยมาโยนไว้บนร่างของตนเอง
“ฉันว่าคำพูดสั่งเสียของพวกแกสามคนคงพูดจบแล้ว ถ้างั้นก็ไปตายให้ฉันซะเถอะ!”
ฉัวะ!
ประกายกระบี่โจมตีมา ร