“ความจริงเมื่อกี้นี้ พวกเราสามคนรวมพลังกันฆ่าหลี่ชิวสุ่ยไปก็ได้ จะได้ไม่ปล่อยให้เธอไปป่วนยุทธภพอีก!”
“ไม่ทันไรความสามารถของหลี่ชิวสุ่ยก็พัฒนาขึ้นมาก เกือบจะเพิ่มขึ้นหนึ่งขอบเขต เหลือเชื่อจริงๆ”
“ฝ่ามือสลายกระดูกเข้าสู่ขอบเขตมารแล้ว…” ตงฟางเมิ่งพูดพลางส่ายหน้า
“เข้าสู่ขอบเขตมารเหรอ?” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
ขณะนั้นเอง ตงฟางเมิ่งยังไม่ทันพูด เถียนปอกวงที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ยปากด้วยความแปลกใจ ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง “เข้าสู่ขอบเขตมารแล้วเหรอ? คิดไม่ถึงว่าจะมีอวิชชาแบบนี้อยู่จริงๆ ฝ่ามือสลายกระดูกลึกล้ำไม่อาจคาดเดา ไม่รู้ว่าหลังจากฝึกถึงขั้นสิบแล้ว ความสามารถจะแข็งแกร่งขนาดไหน!”
“ถ้าฝึกจนถึงขั้นสิบจริงๆ ก็เป็นมารแล้ว ไม่รับรู้ตัวตน สัญชาตญาณถูกกลืนกิน ถูกความปรารถนาในการฆ่าฟันควบคุมอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นถึงได้เรียกว่าเข้าสู่ขอบเขตมาร ความจริงก็คือละทิ้งตัวตน ถูกความคิดชั่วร้ายควบคุม ชั่วชีวิตมีแค่การฆ่าฟัน ต่อให้เป็นครอบครัวหรือมิตรสหายก็จะฆ่าไม่เลี้ยง ชั่วชีวิตมีแต่การฆ่าจนกว่าจะดับดิ้น!”
ในดวงตาของตงฟางเมิ่งเต็มไปด้วยความกังวล เธอเป็นห่วงหลี่ชิวสุ่ยซึ่งเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของตัวเอง นี่ทำให้เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะสะท้อนใจ แม้ตงฟางเมิ่งจะเย็นชาจนเปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็ง เข้าหาไม่ง่าย ดูไม่น่าคบค้าสมาคม แต่กลับมีจิตใจดีมาก
“เพื่อฆ่าพวกเราหลี่ชิวสุ่ยถึงกับไม่เสียดายที่จะเข้