ังประกายดาบประกายกระบี่เมื่อครู่นี้จบ ถึงแม้เย่เทียนเฉินจะรับดาบอันว่องไวของเถียนปอกวงได้หลายกระบวนท่า แต่เสื้อและกางเกงของเขาก็ถูกเพลงดาบอันรวดเร็วของเถียนปอกวงฟันขาด ตอนนี้บนร่างสวมผ้าขาดๆ ชิ้นหนึ่งเท่านั้น ดูผิวเผินเหมือนขอทาน โดยเฉพาะกางเกงตรงเป้า หากไม่ใช่ว่ามีผ้าหลงเหลืออยู่ชิ้นหนึ่งคงโผล่ออกมาดูโลกแล้ว
“หึ นี่จะนับเป็นอะไรได้ เมื่อกี้แกก็แค่ลอบโจมตี ถ้ามีความสามารถก็มาสู้กับฉันอีก 300 กระบวนท่าสิ!” เย่เทียนเฉินออกมาจากโลงศพหิน แค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่งแล้วพูดอย่างไม่ยอมแพ้
เถียนปอกวงมองเย่เทียนเฉิน แย้มยิ้มเล็ก น้อยวางดาบตัดฟืนของตนไว้ด้านข้าง จากนั้นจึงมองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างไม่พอใจ พูดด้วยท่าทีหยอกล้อ “แกเข้ามาก่อนแล้วฉันค่อยหยิบกระบี่เป็นไง?”
“แกจะต่อให้ฉันหรือไง? ใครอยากให้แกต่อให้ล่ะ…”
แม้ปากของเย่เทียนเฉินจะพูดแบบนี้ แต่ก็เคลื่อนไหวแล้ว พุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุด ทำให้เถียนปอกวงตกใจจนตื่นตะลึง ท่าทางเขาจะเดาไม่ผิดจริงๆ ชายหนุ่มเบื้องหน้า ถึงแม้การบ่มเพาะจะไม่สูงส่ง แต่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด หากให้เวลาเติบโตเกรงว่าไม่กี่ปีก็คงเก่งกว่าตนแล้ว
เคร้ง!
เคร้ง!
เคร้ง!
เกิดประกายดาบประกายกระบี่อีกระลอกหนึ่ง เย่เทียนเฉินถูกโจมตีจนกระเด็นออกมา บนร่างเต็มไปด้วยบาดแผล มุมปากมีเลือดไหลออกมา เขาไม่ใช่คู่มือของเถียนปอกวง หากพูดถึงเรื่องพลังบ่มเพาะ เย่เทียนเฉินอยู่ในขั้นสูงสุดของพลังพิ