ารย์บอกฉันว่า ไม่ใช่ว่าจะไม่ถ่ายทอดเคล็ดวิชาคัมภีร์ดรุณีหยกให้ศิษย์พี่ ด้วยพรสวรรค์และศักยภาพของศิษย์พี่ นับว่าเป็นคนที่เหมาะต่อการฝึกฝนคัมภีร์ดรุณีหยกมากที่สุดในพรรคสุสานโบราณของพวกเราแล้ว เพียงแต่…เธอฝึกวิชาฝ่ามือสลายกระดูกไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังฝึกอย่างลึกล้ำแล้วด้วย ดังนั้นจึงไม่สามารถฝึกคัมภีร์ดรุณีหยกได้อีก!” ตงฟางเมิ่งเอ่ยปากพูด
“หมายความว่ายังไง? ฝึกฝนฝ่ามือสลายกระดูกแล้วจะไม่สามารถฝึกเคล็ดวิชาคัมภีร์ดรุณีหยกได้อีกเหรอ? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินท่านอาจารย์พูดถึงมาก่อน?” เห็นได้ชัดว่าหลี่ชิวสุ่ยไม่เชื่อ ในขณะเดียวกันก็สงสัยมาก
“ศิษย์พี่ ฝ่ามือสลายกระดูกเป็นวิชาฝ่ามือที่ใช้หยินชักนำความหนาวเย็น เชื่อว่าตรงนี้คงไม่ต้องพูดมาก เธอคงเข้าใจดีกว่าฉัน ส่วนวิชาคัมภีร์ดรุณีหยกเป็นเคล็ดวิชาที่ต้องสูดเอาพลังหลิงชี่ที่บริสุทธิ์ที่สุดในฟ้าดินเข้าไปแล้วค่อยๆ หล่อหลอมไปในจุดตันเถียน เป็นส่วนหนึ่งของฟ้าดินอย่างแท้จริง หากศิษย์พี่ฝึกฝ่ามือสลายกระดูกถึงขั้นเก้าแล้วคงไม่สามารถทำลายวิชาได้ หากต้องการฝึกฝนเคล็ดวิชาคัมภีร์ดรุณีหยกอีก เกรงว่า…” ตงฟางเมิ่งพูดแล้วส่ายหน้า
ในตอนนี้ หลี่ชิวสุ่ยขมวดคิ้วอย่างดุดัน จากนั้นจึงยิ้มเย็นชาที่มุมปาก หันไปด้านหลังตงฟางเมิ่ง เอ่ยปากพูดอย่างไม่ร้อนไม่หนาว “ในเมื่ออาจารย์พูดแบบนี้ งั้นเธอก็ลองไปถามอาจารย์หน่อยแล้วกัน…”
ตู้ม!
หลี่ชิวสุ่ยลงมือ ซัดฝ่ามือไปที่หลังของตงฟางเ