รียบเฉย
ปรมาจารย์กระบี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าการที่เย่เทียนเฉินถามคำถามนี้ในเวลานี้มีความหมายแฝงอะไรหรือเปล่า หรือจะกล่าวว่ามีประโยชน์อะไรหรือไม่ แต่ยังคงเอ่ยปากไปว่า “เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน สิบกระบี่บรรพกาลล้วนเป็นกระบี่เทพทุกเล่ม ข้าเคยได้ยินมาเท่านั้น แต่จะมาจากโลกไหนก็ยังไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ ว่าใครเป็นผู้สร้างกระบี่เทพทั้งสิบ ข้านับถือจริงๆ !”
“ถ้างั้นที่ว่าสิบกระบี่เทพบรรพกาลนี้เป็นค่ายกลกระบี่เดียวกันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?” เย่เทียนเฉินถามต่อไป
“อาจใช่หรืออาจไม่ใช่ก็ได้ แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของข้าเท่านั้น ข้าคิดว่าความเป็นไปได้ที่สิบกระบี่เทพบรรพกาลจะเป็นค่ายกลกระบี่เดียวกันมีไม่มาก ต่อให้มีค่ายกลกระบี่ที่รวบรวมขึ้นมาเช่นนี้จริงๆ ก็คงถูกผู้แข็งแกร่งในระดับเทพราชันครอบครองไปแล้ว เนื่องจากกระบี่เทพทุกเล่มมีพลังของตน หากต้องการแยกแยะว่ากระบี่เล่มใดแข็งแกร่งที่สุดดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นหากต้องการรวมพวกมันเข้าด้วยกันจำเป็นต้องมีพลังอันยิ่งใหญ่ อาวุธเทพเช่นนี้ไม่ว่าใครก็ไม่ยอมให้ใคร!” ปรมาจารย์กระบี่คิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปากขึ้น
“ผมรู้แล้ว ให้เวลาผมอีกวันแล้วกัน!” หลังจากเย่เทียนเฉินพูดจบก็รวบรวมพลังจิตอีกครั้ง แผ่ออกไปยังค่ายกลหมื่นกระบี่ ค่อยๆ รับรู้ใคร่ครวญไปทีละขั้น นั่งขัดสมาธิอยู่ที่นี่หนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว แม้จะมีจุดประสงค์แต่ก็ไม่รู้ว่ากระบี่เล่มไหน